เครื่องมือออนไลน์ ใช้งานฟรี

โปรแกรมคำนวณสูตรอาหารไก่ชน

โปรแกรมคำนวณสูตรอาหารไก่ชนฟรี ช่วยวิเคราะห์พลังงาน โปรตีน กรดอะมิโน แร่ธาตุ และต้นทุนของสูตรอาหารจากวัตถุดิบที่เลือก พร้อมสรุปผลต่ออาหารสำเร็จ 100 กรัม เพื่อให้เปรียบเทียบและปรับสูตรได้ง่ายขึ้นอย่างเป็นระบบ

KaichonHub Nutrition Tool

เครื่องคำนวณสูตรอาหารไก่ชน

จัดสูตร วิเคราะห์สารอาหาร และประเมินต้นทุนได้ในที่เดียว

1เลือกวัตถุดิบ
2จัดสูตร
3วิเคราะห์ผล
4ดาวน์โหลดรายงาน
◫
น้ำหนักรวม0.00 kg0 กรัม
⌬
โปรตีน—หลังการวิเคราะห์
♨
พลังงาน—หลังการวิเคราะห์
฿
ต้นทุนประมาณ—บาทต่อกิโลกรัม
ขั้นตอนที่ 1

เพิ่มวัตถุดิบ

ค้นหาแล้วระบุน้ำหนักที่ต้องการใช้
ขั้นตอนที่ 2

วัตถุดิบในสูตร (0 รายการ)

ลำดับวัตถุดิบน้ำหนักหน่วยน้ำหนักเป็นกรัม% ต่อสูตรจัดการ
ยังไม่มีรายการวัตถุดิบ
รวมทั้งหมด0.00กก.0.00100.00%
ขั้นตอนที่ 4

จัดทำรายงาน PDF

คำนวณสูตรก่อนดาวน์โหลดรายงาน

วิธีใช้โปรแกรมคำนวณสูตรอาหารไก่ชน

ผู้เลี้ยงใช้งานโปรแกรมคำนวณสูตรอาหารไก่ชนพร้อมวัตถุดิบอาหารหลายชนิด

โปรแกรมคำนวณสูตรอาหารไก่ชนของ KaichonHub เป็นเครื่องมือสำหรับช่วยประเมินคุณค่าทางโภชนาการและต้นทุนของสูตรอาหารที่ผู้เลี้ยงผสมขึ้นเอง ผู้ใช้สามารถเลือกวัตถุดิบ กำหนดน้ำหนักของวัตถุดิบแต่ละชนิด และให้โปรแกรมคำนวณผลรวมของสารอาหารในสูตรได้โดยอัตโนมัติ

โปรแกรมเหมาะสำหรับใช้เปรียบเทียบสูตร ทดลองปรับสัดส่วนวัตถุดิบ และตรวจสอบว่าสูตรอาหารที่กำลังจัดนั้นมีแนวโน้มให้พลังงาน โปรตีน กรดอะมิโน และแร่ธาตุอยู่ในระดับใด

วิธีใช้งานเบื้องต้น

  1. พิมพ์ชื่อวัตถุดิบที่ต้องการลงในช่องค้นหา
  2. เลือกวัตถุดิบจากรายการที่โปรแกรมแนะนำ
  3. กรอกน้ำหนักวัตถุดิบและเลือกหน่วยกรัมหรือกิโลกรัม
  4. กดเพิ่มวัตถุดิบเข้าสู่สูตร
  5. ทำซ้ำจนครบวัตถุดิบทั้งหมดที่ต้องการใช้
  6. กดวิเคราะห์สารอาหาร คำนวณต้นทุน หรือเลือกคำนวณทั้งสองอย่าง
  7. ตรวจสอบผลลัพธ์รวมและค่าที่คำนวณต่ออาหารสำเร็จ 100 กรัม
  8. ดาวน์โหลดรายงาน PDF เพื่อบันทึกสูตรหรือใช้เปรียบเทียบภายหลัง

หากกรอกต้นทุนของวัตถุดิบ โปรแกรมจะช่วยคำนวณต้นทุนรวมของสูตรและต้นทุนเฉลี่ยตามน้ำหนักอาหารที่ผสมได้ด้วย

ผลลัพธ์จะแสดงทั้งปริมาณรวมในสูตรและค่าที่ปรับให้อยู่ในรูป ต่ออาหารสำเร็จ 100 กรัม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำไปเปรียบเทียบกับสูตรอื่นหรือค่าทางโภชนาการที่แนะนำได้ง่ายขึ้น

หมายเหตุสำคัญ

ผลการคำนวณเป็นค่าประมาณจากข้อมูลสารอาหารมาตรฐานของวัตถุดิบแต่ละชนิด วัตถุดิบที่ใช้จริงอาจมีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกันตามสายพันธุ์พืช แหล่งผลิต ฤดูกาล อายุการเก็บรักษา กระบวนการผลิต และระดับความชื้น จึงควรใช้โปรแกรมเป็นเครื่องมือช่วยวางแผน ไม่ใช่ใช้แทนการตรวจวิเคราะห์วัตถุดิบในห้องปฏิบัติการ

หลักการจัดสูตรอาหารไก่ชน

แนวคิดการจัดสูตรอาหารไก่ชนให้สมดุลทั้งพลังงาน โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุ

การจัดสูตรอาหารไก่ชนไม่ใช่เพียงการผสมวัตถุดิบหลายชนิดเข้าด้วยกัน หรือพยายามทำให้ตัวเลขโปรตีนสูงที่สุด แต่คือการสร้างความสมดุลระหว่างพลังงาน โปรตีน กรดอะมิโน ไขมัน กากใย แร่ธาตุ วิตามิน และปริมาณอาหารที่ไก่กินได้จริง

สูตรอาหารที่มีโปรตีนสูงจึงไม่ได้แปลว่าจะเป็นสูตรที่ดีกว่าเสมอไป หากพลังงานไม่สมดุล กรดอะมิโนไม่ครบ หรือไก่ได้รับแร่ธาตุบางชนิดไม่เพียงพอ โปรตีนที่มีอยู่ก็อาจถูกนำไปใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

1. จัดสูตรตามช่วงวัย

ไก่แต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารไม่เท่ากัน

ลูกไก่กำลังสร้างโครงกระดูก กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน ขน และระบบภูมิคุ้มกัน จึงต้องการโปรตีนและกรดอะมิโนในสัดส่วนที่สูงกว่าไก่โตเต็มวัย ขณะที่ไก่โตซึ่งไม่ได้อยู่ในช่วงสร้างเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็วจะต้องการสารอาหารเพื่อการดำรงชีวิต รักษาสภาพร่างกาย และชดเชยการสึกหรอเป็นหลัก

ส่วนแม่พันธุ์ที่กำลังให้ไข่จะต้องการแคลเซียมสูงกว่าไก่เพศผู้และไก่ที่ไม่ได้ให้ไข่อย่างชัดเจน เพราะต้องใช้แคลเซียมจำนวนมากในการสร้างเปลือกไข่

2. จัดสูตรตามสภาพร่างกายและการใช้งาน

ไก่อายุเท่ากันอาจต้องการอาหารต่างกัน หากมีน้ำหนักตัว สภาพกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว หรือเป้าหมายการเลี้ยงต่างกัน

ตัวอย่างเช่น ไก่ที่เลี้ยงพักและเคลื่อนไหวน้อยไม่ควรได้รับพลังงานมากเท่ากับไก่ที่มีกิจกรรมสูง เพราะพลังงานส่วนเกินอาจสะสมเป็นไขมัน แต่การลดอาหารมากเกินไปก็อาจทำให้ได้รับโปรตีน กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุไม่เพียงพอได้เช่นกัน

ดังนั้น การควบคุมน้ำหนักไม่ควรดูแค่ปริมาณอาหาร แต่ควรพิจารณาความหนาแน่นของสารอาหารภายในอาหารด้วย

3. พลังงานต้องสมดุลกับโปรตีน

พลังงานเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการกินอาหารของไก่ส่วนหนึ่ง หากอาหารมีพลังงานสูง ไก่อาจกินอาหารในปริมาณลดลง เมื่อปริมาณอาหารที่กินลดลง ไก่ก็อาจได้รับโปรตีน กรดอะมิโน แร่ธาตุ และวิตามินลดลงตามไปด้วย หากไม่ได้เพิ่มความเข้มข้นของสารอาหารเหล่านั้นให้เหมาะสม

ในทางกลับกัน หากอาหารให้พลังงานต่ำเกินไป ไก่อาจต้องกินอาหารจำนวนมากขึ้นเพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอ แต่ปริมาณการกินอาจถูกจำกัดด้วยความจุของระบบทางเดินอาหารและปริมาณกากใยในสูตร

การจัดสูตรจึงควรพิจารณา พลังงานและสารอาหารต่ออาหารหนึ่งกิโลกรัมควบคู่กับปริมาณอาหารที่ไก่กินจริง ไม่ใช่พิจารณาเปอร์เซ็นต์โปรตีนเพียงตัวเดียว

4. อย่าดูแค่โปรตีนรวม ต้องดูกรดอะมิโนด้วย

โปรตีนประกอบขึ้นจากกรดอะมิโนหลายชนิด ร่างกายไก่ไม่ได้ใช้คำว่า “โปรตีน” โดยตรง แต่ย่อยโปรตีนออกเป็นกรดอะมิโนแล้วนำไปสร้างกล้ามเนื้อ ขน เอนไซม์ ฮอร์โมน และเนื้อเยื่อต่าง ๆ

หากอาหารมีโปรตีนรวมสูง แต่ขาดกรดอะมิโนจำเป็นบางชนิด เช่น ไลซีนหรือเมไทโอนีน การสร้างโปรตีนในร่างกายอาจถูกจำกัดได้ เปรียบเหมือนมีอิฐจำนวนมาก แต่ขาดชิ้นส่วนสำคัญบางชิ้น จึงสร้างกำแพงต่อให้สมบูรณ์ไม่ได้

แนวทางโภชนาการสัตว์ปีกสมัยใหม่จึงให้ความสำคัญกับสมดุลของกรดอะมิโน โดยเฉพาะกรดอะมิโนที่ย่อยและดูดซึมได้จริง ไม่ได้พิจารณาเพียงเปอร์เซ็นต์โปรตีนหยาบเท่านั้น

5. วัตถุดิบแต่ละชนิดมีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัด

ไม่มีวัตถุดิบชนิดใดที่สมบูรณ์แบบเพียงชนิดเดียว

ข้าวโพดและน้ำมันเป็นแหล่งพลังงานที่ดี แต่ไม่สามารถให้โปรตีนและแร่ธาตุทั้งหมดที่ไก่ต้องการ กากถั่วเหลืองมีโปรตีนและไลซีนสูง แต่ยังต้องพิจารณาสมดุลของเมไทโอนีน ส่วนปลาป่นสามารถให้โปรตีน กรดอะมิโน และแร่ธาตุหลายชนิด แต่คุณภาพอาจแตกต่างกันมากตามชนิดปลา กระบวนการผลิต และการปลอมปน

สูตรอาหารที่ดีจึงมักเกิดจากการนำวัตถุดิบหลายชนิดมาเสริมข้อดีและชดเชยข้อจำกัดซึ่งกันและกัน

6. ต้องดูผลจากตัวไก่ควบคู่กับตัวเลข

ตัวเลขจากโปรแกรมช่วยให้มองเห็นโครงสร้างของสูตร แต่การประเมินสูตรที่สมบูรณ์ควรดูผลจากไก่จริงร่วมด้วย เช่น

  • น้ำหนักตัวเพิ่มหรือลดเร็วเกินไปหรือไม่
  • กล้ามเนื้อและสภาพร่างกายเป็นอย่างไร
  • ขนเรียบ เงางาม และผลัดขนตามปกติหรือไม่
  • มูลมีลักษณะเปลี่ยนแปลงหรือไม่
  • ความอยากอาหารและการกินน้ำเป็นอย่างไร
  • กระดูก ขา และการยืนมีความแข็งแรงหรือไม่
  • แม่พันธุ์ให้ไข่และสร้างเปลือกไข่ได้เป็นปกติหรือไม่

สูตรที่ตัวเลขสวย ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับไก่ทุกตัวเสมอไป สูตรที่เหมาะสมต้องผ่านทั้งการคำนวณ การสังเกต และการปรับใช้ตามสภาพจริง

สารอาหารสำคัญในสูตรอาหารไก่ชน

ภาพอธิบายว่าสารอาหารจากอาหารช่วยกล้ามเนื้อ กระดูก ขน และพลังงานของไก่ชน

พลังงานใช้ประโยชน์ได้

พลังงานเป็นเหมือนเชื้อเพลิงของร่างกาย ไก่ต้องใช้พลังงานสำหรับการหายใจ การไหลเวียนเลือด การรักษาอุณหภูมิร่างกาย การเคลื่อนไหว การสร้างเนื้อเยื่อ และกระบวนการทำงานต่าง ๆ ภายในเซลล์

แหล่งพลังงานหลักในอาหารมาจากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ส่วนโปรตีนสามารถให้พลังงานได้เช่นกัน แต่ไม่ควรใช้โปรตีนราคาแพงเป็นแหล่งพลังงานหลัก

หากได้รับพลังงานมากเกินความต้องการอย่างต่อเนื่อง ไก่อาจสะสมไขมันและมีน้ำหนักเกิน แต่หากพลังงานไม่เพียงพอ ร่างกายอาจนำกรดอะมิโนจากอาหารหรือเนื้อเยื่อไปใช้เป็นพลังงานแทน ทำให้การสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อลดลง

โปรตีน

โปรตีนจำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อ อวัยวะ ขน ผิวหนัง เอนไซม์ ฮอร์โมน และองค์ประกอบของระบบภูมิคุ้มกัน ลูกไก่และไก่รุ่นซึ่งอยู่ในระยะเจริญเติบโตจึงต้องการโปรตีนต่ออาหารหนึ่งหน่วยสูงกว่าไก่โตเต็มวัยที่เลี้ยงเพื่อรักษาสภาพร่างกาย

อย่างไรก็ตาม โปรตีนสูงเกินไปไม่ได้ทำให้ไก่สร้างกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำกัด กรดอะมิโนส่วนเกินไม่สามารถเก็บสะสมเป็นโปรตีนสำรองได้โดยตรง ร่างกายต้องกำจัดไนโตรเจนออกและนำส่วนที่เหลือไปใช้เป็นพลังงานหรือสะสมในรูปอื่น กระบวนการนี้เพิ่มภาระในการเผาผลาญและทำให้ต้นทุนสูตรสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

คาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหลักในสูตรอาหารสัตว์ปีก วัตถุดิบจำพวกข้าวโพด ปลายข้าว ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง และมันสำปะหลังมีแป้งเป็นองค์ประกอบสำคัญ

หลังการย่อย คาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กและนำไปสร้างพลังงาน ส่วนหนึ่งสามารถเก็บไว้ในรูปไกลโคเจนภายในตับและกล้ามเนื้อเพื่อใช้ในภายหลัง

ไขมัน

ไขมันให้พลังงานต่อหน่วยน้ำหนักสูงกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของกรดไขมันจำเป็น และช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A, D, E และ K

การเติมน้ำมันหรือวัตถุดิบไขมันสูงสามารถเพิ่มความหนาแน่นพลังงานของสูตรได้ แต่ต้องควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสม เพราะไขมันมากเกินไปอาจทำให้สูตรมีพลังงานสูงเกินความต้องการ และไขมันที่เสื่อมสภาพหรือเหม็นหืนอาจลดคุณภาพอาหาร

กากใย

กากใยมีบทบาทต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร การเคลื่อนไหวของกระเพาะบด และลักษณะของมูล แต่สัตว์ปีกย่อยกากใยได้จำกัดกว่าสัตว์เคี้ยวเอื้อง

กากใยที่มากเกินไปอาจเจือจางพลังงานและสารอาหาร ทำให้ไก่ต้องกินอาหารมากขึ้น และในบางกรณีอาจลดการย่อยหรือการใช้ประโยชน์จากสารอาหารอื่น สูตรที่ใช้รำ กากเมล็ดพืช หรือวัตถุดิบเปลือกแข็งจำนวนมากจึงควรตรวจสอบกากใยรวมด้วย

แคลเซียม

แคลเซียมจำเป็นต่อการสร้างกระดูก การหดตัวของกล้ามเนื้อ การส่งสัญญาณประสาท และกระบวนการทางสรีรวิทยาหลายอย่าง

แม่ไก่ที่กำลังให้ไข่ต้องการแคลเซียมสูงกว่าไก่รุ่น ไก่เพศผู้ และไก่ที่ไม่ได้ให้ไข่มาก เพราะเปลือกไข่มีแคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลัก แนวทางของพ่อแม่พันธุ์เชิงพาณิชย์จึงกำหนดแคลเซียมในอาหารช่วงให้ไข่ไว้สูงกว่าช่วงเลี้ยงรุ่นอย่างชัดเจน

การนำสูตรแคลเซียมสูงสำหรับแม่ไก่ไข่ไปให้ไก่เพศผู้กินเป็นประจำจึงไม่เหมาะสม เพราะความต้องการทางสรีรวิทยาแตกต่างกัน

ฟอสฟอรัสที่ใช้ประโยชน์ได้

ฟอสฟอรัสทำงานร่วมกับแคลเซียมในการสร้างกระดูก และมีบทบาทสำคัญในระบบพลังงานของเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ และสารพันธุกรรม

สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ใช่ฟอสฟอรัสรวมเพียงอย่างเดียว แต่คือปริมาณฟอสฟอรัสที่ไก่สามารถย่อยและนำไปใช้ได้จริง เนื่องจากฟอสฟอรัสในวัตถุดิบพืชจำนวนหนึ่งอยู่ในรูปไฟเตต ซึ่งสัตว์ปีกใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่

ทั้งแคลเซียมและฟอสฟอรัสต้องอยู่ในระดับและสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะการให้แร่ธาตุตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปอาจรบกวนการใช้ประโยชน์ของอีกตัวได้

โซเดียม

โซเดียมช่วยรักษาสมดุลของน้ำและอิเล็กโทรไลต์ การทำงานของระบบประสาท และการลำเลียงสารอาหารผ่านผนังเซลล์

หากโซเดียมต่ำเกินไป ไก่อาจกินอาหารลดลงและเจริญเติบโตไม่ดี แต่หากสูงเกินไป ไก่อาจกินน้ำมากขึ้น ทำให้มูลเหลวและวัสดุรองพื้นเปียกได้ การเติมเกลือจึงควรชั่งอย่างแม่นยำ ไม่ควรใช้วิธีกะปริมาณด้วยสายตา

โพแทสเซียม

โพแทสเซียมเป็นอิเล็กโทรไลต์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสมดุลของของเหลว การทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และสมดุลกรด–ด่าง

วัตถุดิบจากพืชหลายชนิดมีโพแทสเซียมอยู่ตามธรรมชาติ แต่การคำนวณโพแทสเซียมยังมีประโยชน์เมื่อต้องประเมินสมดุลอิเล็กโทรไลต์ของสูตร หรือเมื่อใช้วัตถุดิบบางชนิดในปริมาณสูง

แมกนีเซียม

แมกนีเซียมเป็นส่วนประกอบของกระดูกและมีบทบาทร่วมกับเอนไซม์จำนวนมาก โดยเฉพาะกระบวนการสร้างและใช้พลังงานภายในเซลล์

อาหารที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติหลากหลายมักมีแมกนีเซียมอยู่แล้ว แต่การขาดหรือได้รับมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการใช้ประโยชน์ของแร่ธาตุอื่นได้

ไลซีน

ไลซีนเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่มีบทบาทเด่นในการสร้างโปรตีนและเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ จึงมีความสำคัญมากในลูกไก่และไก่รุ่นที่กำลังเจริญเติบโต

สูตรที่มีธัญพืชเป็นสัดส่วนสูงอาจมีไลซีนไม่เพียงพอ จึงมักใช้วัตถุดิบโปรตีน เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น หรือแหล่งโปรตีนอื่นเข้ามาช่วยปรับสมดุล

เมไทโอนีน

เมไทโอนีนเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ มีความสำคัญต่อการสร้างโปรตีน การเจริญเติบโต กระบวนการเมแทบอลิซึม และการสร้างขน

ขนมีกรดอะมิโนที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบสำคัญ ดังนั้น ในช่วงที่ลูกไก่กำลังสร้างขนหรือไก่กำลังผลัดขน ความสมดุลของเมไทโอนีนและกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

ทรีโอนีน

ทรีโอนีนมีบทบาทในการสร้างโปรตีน เนื้อเยื่อของระบบทางเดินอาหาร เมือกที่เคลือบผนังลำไส้ และองค์ประกอบบางส่วนของระบบภูมิคุ้มกัน

แม้ทรีโอนีนอาจไม่ถูกกล่าวถึงบ่อยเท่าไลซีนและเมไทโอนีน แต่หากอยู่ในระดับต่ำเกินไปก็สามารถจำกัดการใช้ประโยชน์จากโปรตีนและกรดอะมิโนชนิดอื่นได้

ความชื้นและเถ้า

ความชื้นไม่ได้ให้พลังงานหรือโปรตีน แต่มีผลอย่างมากต่อการเปรียบเทียบคุณค่าสารอาหาร วัตถุดิบสดที่มีน้ำสูงจะดูเหมือนมีสารอาหารต่อ 100 กรัมน้อยกว่าวัตถุดิบแห้ง แม้เนื้อแห้งภายในอาจมีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกัน

เถ้าเป็นค่าที่แสดงปริมาณสารอนินทรีย์ทั้งหมดที่เหลือหลังการเผาตัวอย่าง ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุหลายชนิด ค่าเถ้าสูงไม่ได้แปลว่าอาหารมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ครบถ้วนเสมอไป และในวัตถุดิบบางประเภทอาจใช้เป็นสัญญาณเบื้องต้นของการปนเปื้อนทราย ดิน หรือสารอนินทรีย์อื่นได้

ตารางค่าสารอาหารอ้างอิงเบื้องต้นตามช่วงวัยและการใช้งาน

ความต้องการสารอาหารของไก่ชนตั้งแต่ลูกไก่ ไก่รุ่น ไก่โต และพ่อแม่พันธุ์

ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานโภชนาการสากลที่จัดทำขึ้นสำหรับ “ไก่ชนไทย” โดยเฉพาะ ตารางต่อไปนี้จึงเป็น ช่วงอ้างอิงเบื้องต้น ที่ประยุกต์จากหลักโภชนาการสัตว์ปีก แนวทางสำหรับไก่ระยะเจริญเติบโต ไก่โตเต็มวัย และพ่อแม่พันธุ์

ค่าที่เหมาะสมจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามสายพันธุ์ เพศ น้ำหนักตัว อัตราการเจริญเติบโต อุณหภูมิ การเคลื่อนไหว สุขภาพ คุณภาพวัตถุดิบ และปริมาณอาหารที่ไก่กินในแต่ละวัน แนวทางของผู้ผลิตสายพันธุ์สัตว์ปีกเองก็ระบุว่าควรปรับความเข้มข้นของสารอาหารตามระดับพลังงาน สภาพแวดล้อม คุณภาพวัตถุดิบ และปริมาณอาหารที่กินจริง

ตารางค่าสารอาหาร

ระยะหรือการใช้งาน โปรตีน พลังงาน (kcal/kg) ไลซีน เมไทโอนีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส
ลูกไก่ระยะแรก ประมาณ 0–6 สัปดาห์ 19–21% 2,850–3,000 1.00–1.20% 0.45–0.55% 0.90–1.00% 0.40–0.50%
ไก่รุ่นระยะแรก ประมาณ 7–12 สัปดาห์ 17–19% 2,800–2,950 0.85–1.00% 0.38–0.48% 0.85–1.00% 0.38–0.45%
ไก่รุ่นระยะพัฒนาโครงสร้าง ประมาณ 13–20 สัปดาห์ 15–17% 2,700–2,900 0.65–0.85% 0.30–0.40% 0.80–1.00% 0.32–0.42%
ไก่โตเต็มวัย เลี้ยงรักษาสภาพทั่วไป 14–16% 2,650–2,850 0.55–0.75% 0.27–0.36% 0.70–1.00% 0.28–0.40%
ไก่โตที่มีกิจกรรมสูงหรืออยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย 16–18% 2,750–2,950 0.70–0.90% 0.32–0.42% 0.80–1.00% 0.32–0.42%
พ่อพันธุ์โตเต็มวัย 14–16% 2,650–2,850 0.55–0.75% 0.27–0.36% 0.75–1.00% 0.30–0.40%
แม่พันธุ์ช่วงก่อนให้ไข่ 15–17% 2,700–2,850 0.65–0.85% 0.30–0.40% 1.50–2.50% 0.35–0.45%
แม่พันธุ์ช่วงให้ไข่ 15–17% 2,700–2,900 0.65–0.85% 0.30–0.42% 2.80–3.50% 0.32–0.42%
ระยะหรือการใช้งาน โปรตีน พลังงาน (kcal/kg) ไลซีน เมไทโอนีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส
ลูกไก่ระยะแรก ประมาณ 0–6 สัปดาห์ 19–21% 2,850–3,000 1.00–1.20% 0.45–0.55% 0.90–1.00% 0.40–0.50%
ไก่รุ่นระยะแรก ประมาณ 7–12 สัปดาห์ 17–19% 2,800–2,950 0.85–1.00% 0.38–0.48% 0.85–1.00% 0.38–0.45%
ไก่รุ่นระยะพัฒนาโครงสร้าง ประมาณ 13–20 สัปดาห์ 15–17% 2,700–2,900 0.65–0.85% 0.30–0.40% 0.80–1.00% 0.32–0.42%
ไก่โตเต็มวัย เลี้ยงรักษาสภาพทั่วไป 14–16% 2,650–2,850 0.55–0.75% 0.27–0.36% 0.70–1.00% 0.28–0.40%
ไก่โตที่มีกิจกรรมสูงหรืออยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย 16–18% 2,750–2,950 0.70–0.90% 0.32–0.42% 0.80–1.00% 0.32–0.42%
พ่อพันธุ์โตเต็มวัย 14–16% 2,650–2,850 0.55–0.75% 0.27–0.36% 0.75–1.00% 0.30–0.40%
แม่พันธุ์ช่วงก่อนให้ไข่ 15–17% 2,700–2,850 0.65–0.85% 0.30–0.40% 1.50–2.50% 0.35–0.45%
แม่พันธุ์ช่วงให้ไข่ 15–17% 2,700–2,900 0.65–0.85% 0.30–0.42% 2.80–3.50% 0.32–0.42%

ลูกไก่ระยะแรก ประมาณ 0–6 สัปดาห์

โปรตีน 19–21%
พลังงาน 2,850–3,000 kcal/kg
ไลซีน 1.00–1.20%
เมไทโอนีน 0.45–0.55%
แคลเซียม 0.90–1.00%
ฟอสฟอรัส 0.40–0.50%

ไก่รุ่นระยะแรก ประมาณ 7–12 สัปดาห์

โปรตีน 17–19%
พลังงาน 2,800–2,950 kcal/kg
ไลซีน 0.85–1.00%
เมไทโอนีน 0.38–0.48%
แคลเซียม 0.85–1.00%
ฟอสฟอรัส 0.38–0.45%

ไก่รุ่นระยะพัฒนาโครงสร้าง ประมาณ 13–20 สัปดาห์

โปรตีน 15–17%
พลังงาน 2,700–2,900 kcal/kg
ไลซีน 0.65–0.85%
เมไทโอนีน 0.30–0.40%
แคลเซียม 0.80–1.00%
ฟอสฟอรัส 0.32–0.42%

ไก่โตเต็มวัย เลี้ยงรักษาสภาพทั่วไป

โปรตีน 14–16%
พลังงาน 2,650–2,850 kcal/kg
ไลซีน 0.55–0.75%
เมไทโอนีน 0.27–0.36%
แคลเซียม 0.70–1.00%
ฟอสฟอรัส 0.28–0.40%

ไก่โตที่มีกิจกรรมสูงหรืออยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย

โปรตีน 16–18%
พลังงาน 2,750–2,950 kcal/kg
ไลซีน 0.70–0.90%
เมไทโอนีน 0.32–0.42%
แคลเซียม 0.80–1.00%
ฟอสฟอรัส 0.32–0.42%

พ่อพันธุ์โตเต็มวัย

โปรตีน 14–16%
พลังงาน 2,650–2,850 kcal/kg
ไลซีน 0.55–0.75%
เมไทโอนีน 0.27–0.36%
แคลเซียม 0.75–1.00%
ฟอสฟอรัส 0.30–0.40%

แม่พันธุ์ช่วงก่อนให้ไข่

โปรตีน 15–17%
พลังงาน 2,700–2,850 kcal/kg
ไลซีน 0.65–0.85%
เมไทโอนีน 0.30–0.40%
แคลเซียม 1.50–2.50%
ฟอสฟอรัส 0.35–0.45%

แม่พันธุ์ช่วงให้ไข่

โปรตีน 15–17%
พลังงาน 2,700–2,900 kcal/kg
ไลซีน 0.65–0.85%
เมไทโอนีน 0.30–0.42%
แคลเซียม 2.80–3.50%
ฟอสฟอรัส 0.32–0.42%

วิธีอ่านตารางให้ถูกต้อง

ตัวเลขในตารางเป็นความเข้มข้นของสารอาหารในอาหารสำเร็จ ไม่ใช่ปริมาณสารอาหารที่ไก่ทุกตัวต้องได้รับเท่ากันโดยไม่คำนึงถึงปริมาณการกิน

ตัวอย่างเช่น อาหารสองสูตรอาจมีโปรตีน 16% เท่ากัน แต่หากไก่กินสูตรแรกวันละ 80 กรัม และกินสูตรที่สองวันละ 100 กรัม ปริมาณโปรตีนที่ได้รับต่อวันย่อมต่างกัน

ดังนั้น นอกจากตรวจสอบเปอร์เซ็นต์สารอาหารแล้ว ควรพิจารณาอย่างน้อยสามเรื่องร่วมกัน ได้แก่

  1. ความเข้มข้นของสารอาหารในสูตร
  2. ปริมาณอาหารที่ไก่กินจริงต่อวัน
  3. น้ำหนักตัว สุขภาพ และการตอบสนองของไก่

เหตุใดแม่พันธุ์ช่วงให้ไข่จึงต้องแยกสูตร

แม่พันธุ์ที่กำลังสร้างไข่ต้องใช้แคลเซียมสูงกว่าช่วงเลี้ยงรุ่นอย่างมาก แนวทางของพ่อแม่พันธุ์เชิงพาณิชย์มักกำหนดแคลเซียมช่วงเลี้ยงรุ่นประมาณ 1% และเพิ่มเป็นประมาณ 3% หรือมากกว่าในช่วงให้ไข่

ด้วยเหตุนี้ หากเลี้ยงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์รวมกัน การให้อาหารสูตรเดียวกันตลอดเวลาอาจทำให้ควบคุมแคลเซียมได้ยาก เพราะแม่พันธุ์ต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างเปลือกไข่ แต่พ่อพันธุ์ไม่ได้มีความต้องการในระดับเดียวกัน

ทางเลือกที่เหมาะสมกว่าอาจเป็นการแยกให้อาหาร หรือจัดแหล่งแคลเซียมเพิ่มเติมสำหรับแม่พันธุ์โดยควบคุมไม่ให้พ่อพันธุ์ได้รับมากเกินความจำเป็น

ตารางนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว

ไม่ควรพยายามบังคับให้ตัวเลขทุกตัวอยู่ตรงกลางช่วงเสมอไป เพราะอาหารที่เหมาะสมต้องสัมพันธ์กับปริมาณที่ไก่กินและเป้าหมายการเลี้ยง

ตัวอย่างเช่น ในช่วงอากาศร้อน ไก่อาจกินอาหารลดลง การใช้สูตรที่มีความเข้มข้นของกรดอะมิโน แร่ธาตุ และวิตามินสูงขึ้นเล็กน้อยอาจเหมาะสมกว่าการเพิ่มปริมาณอาหาร แต่ต้องปรับอย่างมีหลักการ ไม่ใช่เพิ่มสารอาหารทุกตัวโดยไม่มีขอบเขต

ตัวเลขคือแผนที่ ไม่ใช่เส้นชัย

โปรแกรมช่วยบอกว่าสูตรกำลังเดินไปทางใด ส่วนผู้เลี้ยงต้องใช้สภาพร่างกาย สุขภาพ และผลตอบสนองของไก่เป็นตัวตัดสินว่าสูตรนั้นเหมาะสมจริงหรือไม่

ข้อควรระวังในการใช้โปรแกรมและจัดสูตรอาหาร

เปรียบเทียบวัตถุดิบแห้งและวัตถุดิบสดที่มีความชื้นและความหนาแน่นสารอาหารต่างกัน

1. ค่าของวัตถุดิบจริงอาจไม่ตรงกับฐานข้อมูล

วัตถุดิบชื่อเดียวกันอาจมีสารอาหารต่างกันได้มาก เช่น ปลาป่นที่ระบุโปรตีน 60% จากคนละแหล่งอาจมีคุณภาพโปรตีน ความชื้น ไขมัน เกลือ เถ้า และการย่อยได้แตกต่างกัน

กากถั่วเหลือง รำข้าว ข้าวโพด หรือวัตถุดิบจากผลพลอยได้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงตามโรงงาน กระบวนการผลิต และระยะเวลาการเก็บรักษาได้

หากต้องการความแม่นยำระดับการผลิตเชิงพาณิชย์ ควรส่งตัวอย่างวัตถุดิบไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ แล้วนำค่าที่ตรวจได้มาใช้จัดสูตร

2. ต้องใช้ข้อมูลแบบเดียวกันในการเปรียบเทียบ

ควรตรวจสอบว่าค่าที่นำมาเปรียบเทียบเป็นแบบวัตถุดิบตามสภาพที่ใช้จริง หรือ As-fed เหมือนกันหรือไม่

การนำค่าของวัตถุดิบแบบแห้งสนิท หรือ Dry Matter basis ไปเปรียบเทียบกับผลคำนวณแบบ As-fed โดยตรง อาจทำให้เข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะวัตถุดิบสดที่มีความชื้นสูง เช่น ไข่ต้ม ข้าวโพดสด หรือเนื้อปลา

3. พลังงานแต่ละระบบไม่ควรนำมาเทียบกันตรง ๆ

ค่า Gross Energy, Digestible Energy, Metabolizable Energy, AME, AMEn และพลังงานสำหรับสัตว์ชนิดอื่นไม่ใช่ค่าเดียวกัน

โปรแกรมนี้เน้นพลังงานใช้ประโยชน์ได้สำหรับสัตว์ปีก จึงควรใช้ค่า ME, AME หรือ AMEn ของสัตว์ปีกที่มีแหล่งข้อมูลเหมาะสม ไม่ควรนำค่าพลังงานจากฉลากอาหารมนุษย์มาใช้แทนโดยตรง

4. โปรตีนรวมไม่ได้บอกคุณภาพโปรตีนทั้งหมด

อาหารสองสูตรอาจมีโปรตีน 18% เท่ากัน แต่ให้ไลซีน เมไทโอนีน ทรีโอนีน การย่อยได้ และคุณภาพวัตถุดิบต่างกัน

จึงควรดูโปรตีนร่วมกับกรดอะมิโนสำคัญและแหล่งที่มาของโปรตีน ไม่ควรตัดสินสูตรจากตัวเลขโปรตีนเพียงค่าเดียว

5. อย่าเติมวิตามิน แร่ธาตุ หรือเกลือโดยการคาดเดา

สารอาหารบางชนิดจำเป็นในปริมาณน้อย แต่หากใส่มากเกินไปอาจก่อปัญหาได้ โดยเฉพาะเกลือ แคลเซียม และผลิตภัณฑ์เสริมแร่ธาตุเข้มข้น

วัตถุดิบที่ใช้ในปริมาณน้อยควรชั่งด้วยเครื่องชั่งที่มีความละเอียดเหมาะสม และควรทำพรีมิกซ์กับวัตถุดิบปริมาณมากก่อน เพื่อให้กระจายตัวทั่วถึงในสูตร

6. สูตรที่คำนวณได้ครบสารอาหารหลัก อาจยังไม่ครบวิตามินและแร่ธาตุรอง

โปรแกรมคำนวณสารอาหารหลักและแร่ธาตุบางชนิดที่มีข้อมูลรองรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าสูตรจะมีวิตามิน แร่ธาตุรอง และสารอาหารจำเป็นอื่นครบถ้วนโดยอัตโนมัติ

หากจัดอาหารหลักทั้งหมดขึ้นเองในระยะยาว ควรพิจารณาพรีมิกซ์วิตามินและแร่ธาตุที่ออกแบบมาสำหรับสัตว์ปีก และใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด

7. ระวังวัตถุดิบเสื่อมคุณภาพและสารพิษจากเชื้อรา

วัตถุดิบที่ชื้น มีกลิ่นอับ ขึ้นรา มีแมลงจำนวนมาก หรือเก็บไว้นานเกินไป ไม่ควรนำมาใช้เพียงเพราะค่าทางโภชนาการในโปรแกรมดูดี

โปรแกรมสามารถคำนวณสารอาหารได้ แต่ไม่สามารถตรวจพบเชื้อรา สารพิษจากเชื้อรา การเหม็นหืน เชื้อโรค หรือการปนเปื้อนทางเคมีในวัตถุดิบจริงได้

8. ควรปรับสูตรทีละขั้น

เมื่อต้องการเปลี่ยนสูตร ควรปรับทีละขั้นและสังเกตการกิน มูล น้ำหนักตัว และสภาพร่างกาย ไม่ควรเปลี่ยนวัตถุดิบหลายชนิดพร้อมกันโดยไม่มีบันทึก เพราะหากเกิดปัญหาจะหาสาเหตุได้ยาก

การบันทึกสูตร วันที่เริ่มใช้ ปริมาณอาหาร น้ำหนักตัว และข้อสังเกต จะช่วยให้ปรับสูตรในระยะยาวได้แม่นยำกว่าการอาศัยความจำเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับโปรแกรมคำนวณสูตรอาหารไก่ชน

โปรแกรมคำนวณสูตรอาหารไก่ชนของ KaichonHub เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี สามารถทดลองจัดสูตร วิเคราะห์สารอาหาร คำนวณต้นทุน และจัดทำรายงานเบื้องต้นได้

ความแม่นยำขึ้นอยู่กับความถูกต้องของน้ำหนักที่กรอกและความใกล้เคียงระหว่างวัตถุดิบที่ใช้จริงกับข้อมูลในฐานข้อมูล

ตัวสูตรคำนวณสามารถประมวลผลตามข้อมูลที่กรอกได้อย่างเป็นระบบ แต่หากวัตถุดิบจริงมีโปรตีน ความชื้น หรือสารอาหารต่างจากค่าฐานข้อมูล ผลลัพธ์ย่อมต่างจากการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ

การแสดงค่าต่อ 100 กรัมช่วยให้มองเห็นสัดส่วนสารอาหารในอาหารสำเร็จได้ง่าย เช่น โปรตีน 17 กรัมต่ออาหาร 100 กรัม สามารถอ่านโดยประมาณว่าอาหารนั้นมีโปรตีน 17%

ส่วนแร่ธาตุที่แสดงเป็นมิลลิกรัมต่อ 100 กรัม สามารถแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ได้โดยใช้หลักว่า 1% เท่ากับ 1,000 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม

ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับไก่ทุกวัย ลูกไก่และไก่รุ่นต้องการโปรตีนสูงกว่าไก่โตเต็มวัย ส่วนไก่โตทั่วไปอาจใช้โปรตีนต่ำลงได้หากกรดอะมิโนและพลังงานสมดุล

โดยทั่วไปควรพิจารณาตามช่วงอายุ สภาพร่างกาย การใช้งาน ปริมาณอาหารที่กิน และคุณภาพของแหล่งโปรตีนร่วมกัน

ไม่เสมอไป เมื่อไก่ได้รับกรดอะมิโนเกินความต้องการ ร่างกายไม่สามารถเก็บกรดอะมิโนส่วนเกินไว้เป็นกล้ามเนื้อได้โดยตรง แต่ต้องนำไปสลายและขับไนโตรเจนออก

การเพิ่มโปรตีนโดยไม่มีความจำเป็นจึงอาจเพิ่มต้นทุนสูตร ทำให้สมดุลพลังงานเปลี่ยน และไม่ได้ทำให้ไก่มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของโปรตีนที่เติม

ควรเลือกวัตถุดิบที่ตรงกับของจริงมากที่สุด ไม่ควรเลือกวัตถุดิบที่ชื่อคล้ายกันแต่มีองค์ประกอบต่างกันมากเพื่อใช้แทน

KaichonHub สามารถทยอยเพิ่มวัตถุดิบใหม่ในฐานข้อมูลได้ แต่จำเป็นต้องมีข้อมูลสารอาหารที่น่าเชื่อถือและเหมาะสำหรับการคำนวณในสัตว์ปีกก่อน

หลังจากทดลองใช้โปรแกรมแล้ว ผู้ใช้สามารถศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากบทความที่เกี่ยวข้อง