ศิลปะการคัดไก่ทิ้ง: ตัดใจอย่างไรให้สายพันธุ์พัฒนาอย่างยั่งยืน

📅 อัปเดตล่าสุดเมื่อ: 18 กันยายน 2026

การคัดเลือกไก่ชนเพื่อพัฒนาสายพันธุ์อย่างเป็นระบบ

การเพาะพันธุ์ไก่ชน คนเพาะไก่จำนวนมากมีความสุขตอนเห็นลูกไก่ออกจากไข่ ยิ่งเป็นครอกที่ตั้งใจจับคู่พ่อแม่พันธุ์มาอย่างดี ลูกทุกตัวก็ยิ่งมีความหวังติดตัวมาตั้งแต่วันแรก แต่เมื่อเลี้ยงไปเรื่อยๆ ความจริงอย่างหนึ่งที่คนทำสายพันธุ์ต้องยอมรับก็คือ เราไม่สามารถเก็บไก่ทุกตัวไว้ทำพันธุ์ได้

บางตัวโตดี บางตัวโตช้า บางตัวโครงสร้างสวย ขณะที่บางตัวเริ่ม “หลุดทรง” จากเป้าหมายของสาย บางตัวดูดีตอนเล็กแต่เมื่อโตกลับเปลี่ยนไปอีกแบบ หากเราเสียดายและเก็บทุกตัวไว้หมด สุดท้ายจำนวนไก่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่าอาหาร พื้นที่ เวลา และแรงงาน แต่คุณภาพเฉลี่ยของฝูงอาจไม่ได้พัฒนาตามจำนวนไก่เลย

การคัดทิ้ง (culling) ในงานปรับปรุงพันธุ์ จึงไม่ได้หมายถึงการกำจัดไก่ แต่หมายถึงการตัดสินว่าไก่ตัวใดจะไม่ได้ไปต่อในฐานะพ่อแม่พันธุ์ของรุ่นถัดไป การคัดที่ดีต้องอาศัยเป้าหมาย ข้อมูล และเวลา ไม่ใช่เลือกจากความชอบส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

พูดง่ายๆ คือ คนเพาะพันธุ์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเลือกว่าจะผสมตัวไหน แต่ต้องกล้าตัดสินใจด้วยว่าตัวไหนไม่ควรถ่ายทอดต่อ”

📦 สรุปสั้นแบบรู้ลึก

  • อย่ารีบคัดจากภาพครั้งเดียว ลูกไก่ที่โตช้าหรือทรงไม่ดีในช่วงหนึ่งอาจได้รับผลจากอาหาร สุขภาพ สภาพแวดล้อม หรือพัฒนาการที่ต่างกัน
  • คัดเป็นช่วงวัยและเก็บข้อมูล ดูสุขภาพ โครงสร้าง การเจริญเติบโต และความสม่ำเสมอเทียบกับไก่เพศเดียวกัน รุ่นเดียวกัน และการเลี้ยงใกล้เคียงกัน
  • คัดทิ้งคือคัดออกจากแผนทำพันธุ์ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงกำจัดไก่ ตัวที่แข็งแรงแต่ไม่ตรงเป้าหมายสามารถแยกไปเลี้ยงหรือจัดการในวัตถุประสงค์อื่นอย่างรับผิดชอบ

ก่อนคัดไก่ ต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังคัดหาอะไร

การประเมินการเจริญเติบโตของไก่รุ่นก่อนตัดสินคัดออกจากสายพันธุ์

คำว่า ไก่ดี” ไม่มีความหมายมากนัก ถ้าเราไม่รู้ว่า “ดีสำหรับอะไร”

การปรับปรุงพันธุ์คือการเลือกพ่อแม่ที่จะสร้างรุ่นต่อไป เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มคัด เจ้าของสายควรกำหนด Breeding Objective หรือเป้าหมายการปรับปรุงพันธุ์ ให้ชัดเสียก่อน เช่น ต้องการรักษารูปทรงประจำสาย ความแข็งแรง การเจริญเติบโต ความสมบูรณ์ของโครงสร้าง ความสามารถในการสืบพันธุ์ หรือคุณลักษณะเฉพาะอื่นที่ต้องการรักษาไว้

หลักนี้สำคัญมาก เพราะ ไม่มีไก่ตัวใดจำเป็นต้องดีที่สุดในทุกด้าน การเลือกเพียงลักษณะเดียวอย่างสุดโต่งยังอาจทำให้คุณลักษณะอื่นเปลี่ยนตามไปด้วย เนื่องจากลักษณะทางชีววิทยาหลายอย่างมีความสัมพันธ์กันทางพันธุกรรม งานศึกษากับไก่พื้นเมืองไทยจึงมีการใช้ข้อมูลหลายลักษณะร่วมกัน เช่น น้ำหนักตัว รอบอก อายุเมื่อเริ่มให้ไข่ และการให้ไข่ แทนการมองเพียงลักษณะเดียว

หลักการนี้มีงานวิจัยในไก่พื้นเมืองไทยรองรับเช่นกัน งานวิจัยที่ศึกษาไก่เหลืองหางขาวกบินทร์บุรี พบว่าลักษณะการเจริญเติบโตหลายช่วงวัยมีองค์ประกอบทางพันธุกรรมที่สามารถนำมาใช้ในการคัดเลือกได้ แต่ลักษณะต่างๆ อาจมีความสัมพันธ์กัน การมุ่งคัดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งจึงอาจทำให้ลักษณะอื่นเปลี่ยนตามไปด้วย นักวิจัยจึงเสนอให้พิจารณาหลายลักษณะร่วมกันในการปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งสะท้อนหลักง่ายๆ ว่า ก่อนจะคัดว่าตัวไหนดี ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าเราต้องการพัฒนาสายพันธุ์ไปทางไหน”

หลุดทรง” ต้องแยกให้ออกจาก “โตไม่ทันเพื่อน”

สมมติลูกไก่ครอกหนึ่งอายุ 8 สัปดาห์ มีตัวหนึ่งเล็กกว่าเพื่อนอย่างเห็นได้ชัด เราจะฟันธงทันทีว่า พันธุกรรมไม่ดี ได้หรือไม่?

คำตอบคือ ยังไม่ได้

สิ่งที่เราเห็นภายนอกเรียกว่า Phenotype ซึ่งเป็นผลจากทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ไก่อาจโตช้าเพราะเคยป่วย ได้อาหารไม่เท่ากัน ถูกตัวอื่นเบียดกินอาหาร มีพยาธิ หรือได้รับสภาพการเลี้ยงแตกต่างจากเพื่อน

งานวิจัยในไก่พื้นเมืองไทยพบด้วยว่า ไก่พันธุกรรมกลุ่มเดียวกันเมื่อเลี้ยงภายใต้สภาพฟาร์มและสถานีทดลองสามารถแสดงน้ำหนัก อัตราการเติบโต และรอบอกแตกต่างกันได้ ดังนั้นคนคัดไก่ที่ดีต้องไม่เอา ผลของการเลี้ยง” ไปตัดสินว่าเป็น “ความผิดของพันธุกรรม” ง่ายเกินไป

ก่อนจะโทษสายเลือด ต้องแน่ใจก่อนว่าเราให้โอกาสสายเลือดนั้นแสดงออกอย่างเต็มที่แล้ว

อ่านเพิ่มเติม : 10 เกณฑ์ “คัดพ่อพันธุ์ไก่ชน” สูตรลับปั้นทายาทเงินล้าน

คัดอย่างไรในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ลูกเจี๊ยบจนถึงไก่หนุ่ม

การคัดเลือกไก่ชนตามช่วงวัยตั้งแต่ลูกเจี๊ยบจนถึงไก่หนุ่ม

การคัดที่เป็นระบบไม่ควรรอจนโตแล้วคัดครั้งเดียว แต่ควรทำเป็น ด่าน (Selection Stages) เพราะแต่ละช่วงวัยบอกข้อมูลเราไม่เหมือนกัน

ช่วงลูกเจี๊ยบ : คัดสุขภาพและความผิดปกติที่ชัดเจนก่อน

ในระยะแรก สิ่งสำคัญยังไม่ใช่การตัดสินว่าโตขึ้นตัวไหนจะสวยที่สุด แต่คือดูว่า ลูกไก่มีสุขภาพและโครงสร้างพื้นฐานปกติหรือไม่

สิ่งที่ควรบันทึกและเฝ้าดู เช่น

  • ความสมบูรณ์หลังฟักและการเคลื่อนไหว
  • การกินอาหารและน้ำ
  • ขา นิ้ว เท้า และจะงอยปาก
  • ความผิดปกติทางกายภาพที่เห็นชัด
  • การเจริญเติบโตในช่วงแรก
  • ประวัติพ่อ แม่ และครอก

แต่ต้องระวังอย่างหนึ่งคือ ความผิดปกติของขาและโครงกระดูก ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมทั้งหมด ภาวะโภชนาการ การเติบโต การจัดการ และปัจจัยระหว่างการพัฒนาก็สามารถเกี่ยวข้องได้ ดังนั้นหากพบความผิดปกติหลายตัวในครอกเดียวกัน อย่าเพิ่งรีบสรุปว่าพ่อแม่พันธุ์ไม่ดี ควรย้อนตรวจอาหาร การฟัก พื้นเลี้ยง โรค และระบบจัดการร่วมด้วย

ช่วงไก่รุ่น : เริ่มเห็น “แนวโน้ม” มากกว่าภาพชั่วคราว

เมื่อไก่อายุมากขึ้น ความแตกต่างด้านการเจริญเติบโตและสัดส่วนร่างกายจะเริ่มมีข้อมูลให้เปรียบเทียบมากขึ้น งานวิจัยในไก่พื้นเมืองไทยมีการเก็บน้ำหนักที่ช่วง 4, 8, 12 และ 16 สัปดาห์ รวมถึงอัตราการเพิ่มน้ำหนักและรอบอก และพบว่าลักษณะเหล่านี้บางส่วนมีองค์ประกอบทางพันธุกรรมที่สามารถนำมาใช้ในการคัดเลือกได้

ดังนั้นแทนที่จะใช้วิธี เดินดูแล้วชี้เอา” ฟาร์มสามารถเริ่มสร้างระบบง่ายๆ เช่น ชั่งน้ำหนักเป็นช่วง บันทึกหมายเลขประจำตัว ถ่ายภาพทรงด้านข้าง และเปรียบเทียบกับพี่น้องเพศเดียวกัน

หัวใจไม่ได้อยู่ที่ต้องมีเครื่องมือราคาแพง แต่อยู่ที่ มีข้อมูลเดิมให้ย้อนกลับมาดู

ตัวอย่างเช่น ไก่ A อาจไม่ได้หนักที่สุด แต่โตสม่ำเสมอตั้งแต่เล็ก สุขภาพดี โครงสร้างสมส่วน ขณะที่ไก่ B หนักมากเพียงครั้งเดียว การมีข้อมูลหลายช่วงวัยย่อมบอกเรื่องราวได้มากกว่าตัวเลขเพียงวันเดียว

แนวคิดนี้มีงานวิจัยในไก่พื้นเมืองไทยรองรับเช่นกัน งานศึกษาในไก่ประดู่หางดำ จำนวน 1,694 ตัว พบว่า น้ำหนักตัว อัตราการเพิ่มน้ำหนัก และรอบอกมีองค์ประกอบทางพันธุกรรมที่สามารถนำมาใช้ประกอบการคัดเลือกได้ โดยเฉพาะข้อมูลช่วงอายุประมาณ 8 สัปดาห์ ขณะเดียวกันงานวิจัยยังพบว่าสภาพแวดล้อมการเลี้ยงมีผลต่อการแสดงออกของลักษณะเหล่านี้ด้วย นั่นหมายความว่า การคัดไก่ที่แม่นยำไม่ควรดูเพียงว่า “วันนี้ตัวไหนใหญ่กว่า” แต่ควรดูพัฒนาการร่วมกับสภาพการเลี้ยงและข้อมูลหลายด้านก่อนตัดสินใจ

ช่วงไก่หนุ่ม : ถึงเวลาตัดสินว่าใครควรเข้าสู่กลุ่มพ่อพันธุ์

เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม เราสามารถประเมินภาพรวมได้มากขึ้น ทั้งโครงสร้าง สุขภาพ การเจริญเติบโต ความสมส่วน และความตรงตามเป้าหมายของสาย

อาจแบ่งไก่ออกง่ายๆ เป็น 3 กลุ่ม

กลุ่ม A : ผ่านเกณฑ์ชัดเจน
เก็บเป็นตัวเลือกสำหรับการประเมินพ่อพันธุ์ต่อไป

กลุ่ม B : ยังไม่ชัดเจน
มีบางอย่างดี แต่บางอย่างยังต้องรอดู ให้เวลาและเก็บข้อมูลเพิ่ม

กลุ่ม C : ไม่ตรงเป้าหมายการทำพันธุ์
แยกออกจากโครงการปรับปรุงพันธุ์ ไม่ควรนำกลับมาผสมเพียงเพราะเสียดาย

วิธีนี้ดีกว่าการตัดสินแบบ เก็บหรือทิ้ง” เพียงสองทาง เพราะสิ่งมีชีวิตไม่ได้พัฒนาตามปฏิทินพร้อมกันทุกตัว

และที่สำคัญ การประเมินควรเปรียบเทียบอย่างยุติธรรม เช่น เพศเดียวกัน อายุใกล้กัน และอยู่ภายใต้สภาพการเลี้ยงใกล้เคียงกัน เพราะเพศและสภาพแวดล้อมสามารถทำให้การเจริญเติบโตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญได้

อ่านเพิ่มเติม : คัดไก่หนุ่มให้เป็นระบบ: อายุเท่าไหร่ควรแยก ควรดูอะไร และตัวไหนมีแวว

หัวใจของมืออาชีพไม่ใช่ “คัดเก่ง” อย่างเดียว แต่ต้องบริหารฝูงเป็น

การบันทึกข้อมูลไก่ชนเพื่อใช้คัดเลือกและปรับปรุงสายพันธุ์

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในฟาร์มขนาดเล็กคือ เสียดายทุกตัว

เริ่มจากลูกไก่ 30 ตัว ผ่านไปหลายเดือนก็ยังเก็บ 30 ตัว พอผสมชุดใหม่ได้อีก 30 ตัว จำนวนกลายเป็น 60 ตัว แต่พื้นที่เท่าเดิม เวลาเท่าเดิม และงบค่าอาหารไม่ได้เพิ่มตาม

ผลคือไก่ที่ควรได้รับการดูแลอย่างเต็มที่กลับต้องแบ่งทรัพยากรกับไก่จำนวนมากที่เจ้าของรู้อยู่แล้วว่าไม่น่าจะใช้ทำพันธุ์

นี่คือเหตุผลที่การคัดฝูงเป็นเรื่องของ Farm Management ไม่ใช่แค่พันธุศาสตร์ การนำตัวที่ไม่ตรงเป้าหมายออกจากกลุ่มทำพันธุ์ช่วยให้พื้นที่ อาหาร เวลา และแรงงานถูกใช้กับตัวที่มีความสำคัญต่อโครงการมากขึ้น หลักการจัดการสัตว์ปีกทั่วไปก็ใช้เหตุผลลักษณะเดียวกันในการคัดสัตว์ที่ไม่ให้ผลผลิตออกจากฝูง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มพื้นที่ให้ตัวที่มีประสิทธิภาพกว่า

แต่คำว่า “คัดทิ้ง” ต้องเข้าใจให้ถูก

ไก่แข็งแรงแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ทำพันธุ์ ไม่ได้แปลว่าเป็นไก่ไร้ค่า สามารถแยกจากฝูงพ่อแม่พันธุ์ เลี้ยงในวัตถุประสงค์อื่น หรือส่งต่อให้ผู้ที่เหมาะสม โดยต้องชัดเจนว่าเหตุใดจึงไม่ถูกเลือกไว้ทำสาย

หากเป็นไก่ที่มีอาการป่วยหรือความพิการที่กระทบต่อการกิน การดื่ม การเดิน หรือคุณภาพชีวิต ควรแยกประเมินในมุมสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ และปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อจำเป็น ไม่ควรเอาไก่ป่วยออกขายหรือส่งต่อเพียงเพื่อผลักภาระให้คนอื่น โดยเฉพาะเมื่อสงสัยโรคติดต่อ

ทำ “สมุดคัดพันธุ์” แล้วการตัดใจจะง่ายขึ้น

ฟาร์มไม่จำเป็นต้องมีโปรแกรมพันธุศาสตร์ราคาแพง แค่สร้างตารางง่ายๆ ก็เริ่มเป็นระบบได้ เช่น

รหัสไก่ | พ่อ | แม่ | วันเกิด | น้ำหนักตามช่วงวัย | สุขภาพ | โครงสร้าง | หมายเหตุ | ผลการคัด

เมื่อทำต่อเนื่องหลายรุ่น เราจะเริ่มเห็นสิ่งที่มีค่ากว่าการจำด้วยสายตา เช่น พ่อพันธุ์ตัวหนึ่งอาจให้ลูกสวยเป็นบางตัว แต่ลูกจำนวนมากมีปัญหาเดียวกัน ขณะที่อีกตัวอาจไม่โดดเด่นเท่า แต่ให้ลูกที่สม่ำเสมอกว่า

ตรงนี้เองที่การเพาะพันธุ์เริ่มเปลี่ยนจาก ความรู้สึก” เป็น “ข้อมูล”

สายพันธุ์ไม่ได้พัฒนาเพราะเราเลี้ยงไก่มากขึ้น แต่พัฒนาเมื่อเรารู้ว่าตัวไหนควรส่งต่อพันธุกรรมไปยังรุ่นหน้า

แนวทางนี้สอดคล้องกับ งานวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่ในประเทศไทย โดย Chomchuen และคณะ (2022) ศึกษาไก่พื้นเมืองสังเคราะห์ไทย Kaimook e-san2 จำนวน 2,713 ตัว ครอบคลุมถึง 6 รุ่น และใช้ข้อมูลหลายด้านร่วมกัน ทั้งน้ำหนักตัว รอบอก อายุเมื่อเริ่มให้ไข่ และจำนวนไข่ เพื่อประเมินและคัดเลือกพันธุ์ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การคัดพันธุ์ที่เป็นระบบไม่ควรมองเพียงลักษณะเดียว แต่ควรกำหนดเป้าหมายและใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบกัน เพื่อให้การพัฒนาพันธุ์ในรุ่นต่อๆ ไปเป็นไปในทิศทางที่ต้องการ

อ่านเพิ่มเติม : เปิดมุมมอง เทคนิคสำคัญในการคัดพ่อพันธุ์หลัก

บทสรุป : บางครั้งการพัฒนาสายพันธุ์ ไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เรา “เพิ่ม” แต่อยู่ที่สิ่งที่เรากล้าตัดออก

การแยกไก่ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทำพันธุ์เพื่อบริหารฝูงอย่างรับผิดชอบ

การเพาะพันธุ์ที่ยั่งยืนไม่ใช่การผลิตลูกไก่ออกมาให้มากที่สุด แล้วหวังว่าสักวันหนึ่งจะเจอตัวที่ดีที่สุด แต่คือการกำหนดเป้าหมาย เก็บข้อมูล ประเมินเป็นช่วงวัย และค่อยๆ เลือกว่าพันธุกรรมของตัวใดสมควรได้รับโอกาสส่งต่อไปยังรุ่นหน้า

ตั้งแต่ลูกเจี๊ยบ เราดูสุขภาพและความผิดปกติพื้นฐาน เมื่อเข้าสู่ไก่รุ่นจึงเริ่มติดตามการเจริญเติบโตและโครงสร้าง และเมื่อถึงวัยหนุ่มจึงนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกันเพื่อเลือกตัวที่ตรงกับเป้าหมายของสายมากที่สุด

ที่สำคัญ อย่าคัดด้วยตาเพียงอย่างเดียว และอย่าคัดด้วยใจเพียงอย่างเดียว

เพราะตัวที่เราชอบอาจไม่ได้เป็นตัวที่ถ่ายทอดสิ่งที่เราต้องการได้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน ตัวที่ดูด้อยในช่วงหนึ่งก็อาจเพียงได้รับผลจากสภาพการเลี้ยงหรือพัฒนาช้ากว่าเพื่อน การคัดพันธุ์ที่ดีจึงต้องให้ข้อมูลมีเสียงในการตัดสินใจด้วย

สุดท้ายแล้ว คำว่า ตัดใจ” ในการทำสายพันธุ์ ไม่ได้หมายถึงความใจร้าย แต่คือการยอมรับว่าเราไม่สามารถเก็บทุกตัวไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้ หากวันนี้เรากล้าคัดอย่างมีหลักการ รุ่นต่อไปจะมีโอกาสเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นทีละน้อย

มือสมัครเล่นมักถามว่า ตัวไหนควรเก็บไว้ ส่วนคนทำสายพันธุ์อย่างเป็นระบบจะถามเพิ่มอีกคำถามว่า เพราะอะไรเราจึงเก็บตัวนี้ไว้?”

เมื่อคำตอบของเรามาจากทั้งประสบการณ์ ข้อมูล และหลักวิชาการ เมื่อนั้นการคัดไก่ก็ไม่ใช่เรื่องของความเสียดายอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดของการพัฒนาสายพันธุ์อย่างยั่งยืน

ติดตามบทความเกี่ยวกับ การเพาะพันธุ์ พันธุศาสตร์ การเลี้ยง และการจัดการไก่ชนอย่างเป็นระบบ ได้ที่ หน้าหลัก KaichonHub ศูนย์รวมความรู้สำหรับคนรักไก่ชน ที่ต้องการนำทั้งภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าและองค์ความรู้สมัยใหม่มาใช้ร่วมกันอย่างเข้าใจ

อ่านเพิ่มเติม : คัดแม่พันธุ์ให้ถูกตัว รหัสลับในตัวแม่พันธุ์ที่ส่งต่อใจนักสู้สู่รุ่นลูก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไม่ควรตัดสินจากขนาดเพียงครั้งเดียว ควรตรวจสุขภาพ อาหาร การเข้าถึงอาหาร ประวัติการเจ็บป่วย และติดตามการเติบโตหลายช่วงก่อน เพราะขนาดที่เห็นเป็นผลจากทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม หากอยู่ภายใต้การจัดการเดียวกันแล้วตัวนั้นยังมีแนวโน้มต่ำกว่าเกณฑ์ต่อเนื่อง จึงค่อยนำข้อมูลนั้นมาประกอบการคัดพันธุ์

ยังสรุปไม่ได้ทันที ความผิดปกติบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม แต่โภชนาการ การฟัก การเจริญเติบโต โรค และการจัดการก็มีส่วนได้ หากพบลักษณะเดิมเกิดซ้ำในลูกหลายครอกหรือสัมพันธ์กับพ่อแม่คู่เดิม จึงยิ่งมีเหตุผลให้ตรวจสอบสายพันธุ์และบันทึกข้อมูลอย่างจริงจัง

หากสุขภาพแข็งแรง สามารถแยกออกจากฝูงพ่อแม่พันธุ์และจัดการเพื่อวัตถุประสงค์อื่นอย่างเหมาะสม หากส่งต่อควรแจ้งข้อมูลตามจริง ส่วนไก่ป่วยหรือมีความผิดปกติที่กระทบคุณภาพชีวิตควรจัดการตามหลักสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ควรนำกลับเข้าฝูงทำพันธุ์เพียงเพราะเสียดาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *