สารบัญในบทความนี้
- 1 ทำไมรังฟักจึงสำคัญต่ออัตราฟักของแม่ไก่ชน
- 2 เลือกทำเลรังฟักให้ถูก แม่ไก่สงบ ไข่ปลอดภัย
- 3 ลักษณะรังฟักที่เหมาะกับแม่ไก่ชน
- 4 วัสดุรองรัง เลือกให้แห้ง นุ่ม และไม่สะสมความชื้น
- 5 ทีเด็ดกันไรไก่และมด: ภูมิปัญญาผสมวิทยาศาสตร์
- 6 การจัดการไข่ในรังให้ฟักออกดี
- 7 บทสรุป
- 8 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ไขทุกข้อสงสัยเรื่องรังฟักไข่แม่ไก่ชน
📅 อัปเดตล่าสุดเมื่อ: 3 กรกฎาคม 2026
การฟักไข่แบบธรรมชาติของแม่ไก่ชน ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นเรื่องง่าย แค่ปล่อยให้แม่ไก่กกไข่ตามสัญชาตญาณ เดี๋ยวก็ฟักออกมาเอง แต่คนเลี้ยงที่เคยเจอปัญหาจริงจะรู้ดีว่า “รังฟัก” มีผลมากกว่าที่คิด การเพาะพันธุ์ไก่ชน บางบ้านแม่ไก่ไข่ดี มีเชื้อดี แต่สุดท้ายฟักออกมาน้อย เพราะรังชื้น ไข่กลิ้ง ไข่แตก มดขึ้น หรือไรไก่กวนจนแม่ไก่ลุกจากรังบ่อย
พูดแบบบ้าน ๆ คือ รังฟักไม่ใช่แค่ที่วางไข่ แต่คือห้องคลอดของลูกไก่ ถ้าห้องนี้ร้อนเกินไป ชื้นเกินไป สกปรกเกินไป หรือมีศัตรูตัวเล็กอย่างไรไก่กับมดเข้ามารบกวน แม่ไก่ก็ฟักไข่ได้ไม่เต็มที่ ไข่บางฟองเย็น ไข่บางฟองเสีย และลูกไก่บางตัวอาจไม่ทันได้ออกจากเปลือก
คำตอบสั้น ๆ คือ รังฟักแม่ไก่ชนที่ดีควรอยู่ในมุมสงบ แห้ง อากาศถ่ายเท ไม่โดนแดดบ่าย ไม่โดนฝนสาด มีวัสดุรองรังที่นุ่ม แห้ง ไม่สะสมความชื้น และต้องป้องกันไรไก่กับมดตั้งแต่ก่อนให้แม่ไก่เข้าฟัก ไม่ใช่รอให้มีปัญหาแล้วค่อยแก้ เพราะช่วงที่แม่ไก่นั่งกกไข่แล้ว การรื้อรังหรือฉีดยาแรง ๆ จะทำได้ยากกว่าเดิมมาก
“ไข่ดี แม่ไก่ดี ยังไม่พอ ถ้ารังฟักไม่ดี ลูกไก่อาจแพ้ตั้งแต่ยังไม่เจาะเปลือก”
📦 สรุปสั้นแบบรู้ลึก
- รังฟักที่ดีต้องเงียบ แห้ง และปลอดภัย เพื่อให้แม่ไก่กกไข่ต่อเนื่อง ไม่เครียด และไม่ลุกจากรังบ่อย
- วัสดุรองรังต้องนุ่ม แห้ง ไม่อับชื้น เช่น ฟางแห้ง หญ้าแห้ง แกลบหยาบ หรือวัสดุธรรมชาติที่สะอาด
- ไรไก่และมดต้องกันก่อนเกิดปัญหา เพราะถ้าขึ้นรังตอนแม่ไก่กำลังฟัก จะจัดการยากและเสี่ยงกระทบไข่
ทำไมรังฟักจึงสำคัญต่ออัตราฟักของแม่ไก่ชน
แม่ไก่ที่กำลังฟักไข่ต้องนั่งกกไข่ต่อเนื่องประมาณ 21 วัน ระหว่างนี้ไข่ต้องได้รับความอบอุ่นค่อนข้างสม่ำเสมอ แม่ไก่ต้องกลับไข่ได้สะดวก และไข่ต้องไม่เย็น ไม่แตก ไม่สกปรกจนเชื้อโรคมีโอกาสเข้าไปทางรูพรุนของเปลือกไข่
ถ้ารังออกแบบไม่ดี ปัญหาที่ตามมาอาจเกิดได้หลายแบบ เช่น
- แม่ไก่ลุกจากรังบ่อย เพราะร้อน อับ หรือมีไรไก่กัด
- ไข่กลิ้งออกจากตัวแม่ไก่ ทำให้ได้รับความร้อนไม่สม่ำเสมอ
- ไข่แตกเพราะพื้นรังแข็งหรือลื่น
- รังชื้นจนเกิดกลิ่น เชื้อรา หรือดึงดูดมด
- ไก่ตัวอื่นเข้ามาแย่งรัง ทำให้แม่ไก่เครียดและเหยียบไข่แตก
ในเชิงวิทยาศาสตร์ ไข่ฟักต้องการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ และความสะอาด ส่วนในเชิงภูมิปัญญาชาวบ้าน คนเลี้ยงเก่ามักพูดว่า “แม่ไก่ต้องได้นอนรังสบาย” คำนี้ฟังดูง่าย แต่ความหมายลึกมาก เพราะถ้าแม่ไก่รู้สึกปลอดภัย มันจะนั่งกกไข่ได้นิ่งขึ้น ลุกน้อยลง และดูแลไข่ได้ดีกว่า
อ่านเพิ่มเติม : ฟักไข่ไก่ชนแบบธรรมชาติ vs ตู้ฟักไข่อัตโนมัติ แบบไหนดีกว่ากัน?
เลือกทำเลรังฟักให้ถูก แม่ไก่สงบ ไข่ปลอดภัย
1. เลือกมุมสงบ ไม่พลุกพล่าน
ทำเลที่ดีควรเป็นมุมที่คนไม่เดินผ่านบ่อย สุนัข แมว หนู หรืองูเข้าถึงยาก และไม่ควรอยู่ในจุดที่ไก่ตัวอื่นเข้ามารบกวนได้ง่าย เพราะแม่ไก่ชนบางตัวมีนิสัยหวงรัง แต่บางตัวก็ตื่นง่าย ถ้าถูกรบกวนบ่อยอาจลุกหนีหรือเหยียบไข่แตก
ตำแหน่งที่เหมาะคือมุมด้านในของเล้า หรือคอกแยกเล็ก ๆ สำหรับแม่ไก่ฟักโดยเฉพาะ ถ้ามีพื้นที่ ควรแยกแม่ไก่ฟักออกจากฝูงหลัก เพราะช่วยลดการแย่งรัง ลดการจิกกัน และทำให้คนเลี้ยงดูแลได้ง่ายกว่า
หลักง่าย ๆ คือ ที่ไหนแม่ไก่นอนแล้วไม่ระแวง ที่นั่นคือรังที่ดี
2. ต้องแห้ง แต่ไม่อบ
รังฟักไม่ควรอยู่บนพื้นดินชื้น หรือจุดที่น้ำฝนสาดถึง เพราะความชื้นเป็นตัวสร้างปัญหาหลายอย่าง ทั้งกลิ่นอับ เชื้อรา ไข่สกปรก และมดขึ้นง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรวางในที่แดดบ่ายส่องจัด เพราะความร้อนสะสมจะทำให้แม่ไก่อึดอัดและลุกจากรังบ่อย
ทำเลที่เหมาะคือ
- มีหลังคากันฝน
- อากาศถ่ายเทได้
- ไม่โดนลมโกรกโดยตรง
- ไม่โดนแดดบ่ายแรง ๆ
- พื้นไม่ชื้นหรือมีน้ำขัง
- สามารถทำความสะอาดรอบรังได้ง่าย
ถ้าพื้นเล้าชื้นมาก ควรยกรังสูงจากพื้นประมาณ 20–40 เซนติเมตร โดยใช้ขาตั้ง โต๊ะเตี้ย หรือลังที่แข็งแรง เพื่อให้ลมผ่านด้านล่าง ลดความชื้น และช่วยลดโอกาสที่มดจะเดินเข้ารังโดยตรง
อ่านเพิ่มเติม : ไข่ชุดแรกของแม่ไก่ชน: ความจริงที่ถูกมองข้าม หรือแค่ “เครื่องยังไม่ร้อน”?
ลักษณะรังฟักที่เหมาะกับแม่ไก่ชน
ขนาดรังควรพอดีตัว ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป
รังฟักของแม่ไก่ชนไม่จำเป็นต้องใหญ่หรู แต่ต้อง “พอดีตัว” แม่ไก่ควรหมุนตัวได้ นั่งครอบไข่ได้มิด และไข่ต้องรวมอยู่กลางรัง ไม่กระจายไปคนละมุม
ขนาดโดยประมาณที่เหมาะกับแม่ไก่ชนไทยทั่วไปคือ
กว้าง 35–45 ซม. x ลึก 35–45 ซม. x สูง 35–45 ซม.
ถ้าแม่ไก่ตัวใหญ่ สามารถขยายได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรใหญ่เกินไป เพราะไข่จะกระจาย แม่ไก่กกไม่ทั่วถึง รังที่ดีควรมีความรู้สึกคล้าย “โพรงปลอดภัย” ไม่เปิดโล่งจนแม่ไก่รู้สึกไม่มั่นคง
รูปแบบรังที่แนะนำ
รังที่ใช้ได้ดีมีหลายแบบ เช่น
- ลังไม้
- ตะกร้าหรือกระบุงไม้ไผ่
- กล่องพลาสติกแข็ง
- กะละมังหรือถังตัดครึ่ง
- รังไม้ยกพื้นแบบถอดทำความสะอาดได้
สิ่งสำคัญไม่ใช่วัสดุว่าต้องแพง แต่ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- มีขอบกันไข่กลิ้งออก สูงประมาณ 8–12 ซม.
- พื้นไม่ลื่น
- ก้นรังทำเป็นแอ่งตื้น ๆ ให้ไข่รวมอยู่ตรงกลาง
- ไม่มีเสี้ยนแหลม
- ไม่มีซอกอับมากเกินไป เพราะเป็นที่ซ่อนของไรไก่
- ยกออกมาตากแดดหรือทำความสะอาดได้ง่าย
ถ้าใช้ลังไม้ ควรตรวจรอยแตก รอยต่อ และซอกมุมให้ดี เพราะไรไก่มักชอบซ่อนตามซอกไม้หรือรอยแยกของเล้า โดยเฉพาะกลุ่มไรแดงที่มักซ่อนตัวในรัง คอน หรือรอยแตกตอนกลางวัน แล้วออกมาดูดเลือดไก่ตอนกลางคืน
อ่านเพิ่มเติม : เจาะลึกโรงเรือนไก่ชน ฉบับมืออาชีพ การออกแบบให้ไก่โตไว แข็งแรง ไร้โรค
วัสดุรองรัง เลือกให้แห้ง นุ่ม และไม่สะสมความชื้น
วัสดุรองรังมีหน้าที่มากกว่าแค่ทำให้นุ่ม แต่มันช่วยกันไข่กระแทก ช่วยให้ไข่ไม่กลิ้ง ช่วยดูดซับความชื้นบางส่วน และทำให้แม่ไก่นั่งกกได้สบายขึ้น
วัสดุที่แนะนำ ได้แก่
- ฟางข้าวแห้ง: หาง่าย นุ่ม แม่ไก่คุ้นเคย แต่ต้องแห้งจริงและไม่ขึ้นรา
- หญ้าแห้ง: ใช้ได้ดี แต่ต้องไม่มีกลิ่นอับหรือเมล็ดแข็ง
- แกลบหยาบ: ช่วยซับความชื้น แต่ควรใช้ร่วมกับฟางหรือหญ้าแห้งเพื่อเพิ่มความนุ่ม
- ใบไม้แห้งบางชนิด: เช่น ใบตะไคร้หอม ใบมะกรูด หรือใบสะเดาแห้ง ใช้ผสมบาง ๆ เพื่อช่วยเรื่องกลิ่นและแมลงรบกวน
ความหนาของวัสดุรองรังควรอยู่ประมาณ 5–10 เซนติเมตร แล้วใช้มือกดตรงกลางให้เป็นแอ่งตื้น ๆ เพื่อให้ไข่รวมกัน ไม่กลิ้งออกด้านข้าง
สิ่งที่ไม่ค่อยแนะนำคือ
- ผ้าเก่า เพราะอับชื้นและเป็นที่ซ่อนของไร
- กระสอบปุ๋ยหรือพลาสติก เพราะลื่นและระบายอากาศไม่ดี
- ฟางเปียกหรือหญ้าขึ้นรา
- ขี้เลื่อยละเอียดมาก เพราะฝุ่นเยอะ อาจเข้าตาและทางเดินหายใจ
จำง่าย ๆ คือ รองรังต้องนุ่มเหมือนเบาะ แต่ต้องแห้งเหมือนแดดเช้า
ทีเด็ดกันไรไก่และมด: ภูมิปัญญาผสมวิทยาศาสตร์
กันไรไก่ ต้องเริ่มก่อนแม่ไก่เข้ารัง
ไรไก่และเหาเป็นปรสิตภายนอกที่พบได้ในสัตว์ปีก โดยบางชนิดดูดเลือด บางชนิดกินเศษผิวหนังหรือขน หากระบาดมากอาจทำให้ไก่เครียด คัน กินอาหารลดลง ซีด อ่อนแรง และส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของแม่ไก่ได้
ก่อนให้แม่ไก่เข้าฟัก ควรทำตามขั้นตอนนี้
- เอารังออกมาปัดฝุ่น ล้าง หรือทำความสะอาด
- ตากแดดจัดให้แห้งสนิท
- ตรวจซอกไม้ รอยแตก และมุมอับ
- เปลี่ยนวัสดุรองรังใหม่ทุกครั้ง
- ตรวจตัวแม่ไก่ โดยเฉพาะใต้ปีก โคนหาง รอบก้น และซอกขน
- ถ้าพบไรหรือเหา ควรจัดการก่อนเริ่มฟัก ไม่ควรปล่อยให้แม่ไก่เข้ารังทั้งที่มีปรสิตติดตัว
ถ้าจะใช้ยาฉีดพ่น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าใช้กับโรงเรือนสัตว์ปีกหรือไก่ได้จริง ใช้ตามฉลากอย่างเคร่งครัด และควรฉีดพ่นก่อนนำแม่ไก่กับไข่เข้ารัง ไม่ควรฉีดใส่แม่ไก่ ไข่ หรือลูกไก่โดยตรงแบบสุ่มเสี่ยง เพราะสารเคมีบางชนิดอาจระคายเคืองหรือเป็นอันตรายได้
ใช้ใบตะไคร้หอม ใบมะกรูด ได้ไหม?
ภูมิปัญญาพื้นบ้านนิยมใช้พืชกลิ่นหอมบางชนิด เช่น ใบตะไคร้หอม ใบมะกรูด ใบสะเดา ผสมในวัสดุรองรัง เพื่อช่วยลดกลิ่นอับและรบกวนแมลงบางชนิด แนวทางนี้ใช้ได้ แต่ควรใช้แบบพอดี ไม่ใส่มากจนกลิ่นแรงเกินไป เพราะแม่ไก่บางตัวอาจไม่ชอบกลิ่นฉุนและไม่ยอมเข้ารัง
วิธีใช้ที่เหมาะคือ
- ใช้ใบแห้งหรือใบที่ผึ่งจนลดความชื้นแล้ว
- สับหรือฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ
- โรยบาง ๆ ใต้ชั้นฟาง ไม่ต้องใส่หนา
- อย่าใช้ใบสดเปียกจำนวนมาก เพราะอาจเพิ่มความชื้นในรัง
- ถ้าแม่ไก่มีอาการไม่ยอมเข้ารัง ให้ลดปริมาณหรือเอาออก
หลักสำคัญคือ พืชสมุนไพรช่วยเสริมได้ แต่ไม่ควรใช้แทนความสะอาด การตากแดด และการควบคุมไรไก่อย่างเป็นระบบ
เกร็ดความรู้: งานวิจัยว่าอย่างไรเกี่ยวกับตะไคร้หอมกับไรไก่
มีงานวิจัยที่ศึกษาน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอมร่วมกับขิงต่อเหาไก่และไรไก่โดยตรง โดยงานวิจัยของ Vigad และคณะ พบว่าในการทดสอบในห้องปฏิบัติการ น้ำมันหอมระเหยทุกสูตรที่ทดสอบสามารถทำให้เหาไก่และไรไก่ตายได้ 100% ภายใน 24 ชั่วโมง และในการทดลองกับไก่ที่มีการติดปรสิตตามธรรมชาติ รวมถึงรังที่มีไรปนเปื้อน สูตรน้ำมันหอมระเหยบางสัดส่วนสามารถช่วยลดจำนวนไรในรังได้ โดยไม่พบผลข้างเคียงชัดเจนในไก่ที่ทดลอง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ศึกษา น้ำมันหอมระเหยที่ผ่านการสกัดและควบคุมความเข้มข้น ไม่ใช่การนำใบตะไคร้หอมสดหรือใบมะกรูดสดมาวางในรังโดยตรง ดังนั้น การใช้ใบตะไคร้หอม ใบมะกรูด หรือใบสะเดาแห้งในรังฟัก ควรมองว่าเป็น ตัวช่วยเสริม เพื่อลดกลิ่นอับและรบกวนแมลงบางส่วน ไม่ใช่วิธีหลักแทนการทำความสะอาดรัง การตากแดด การตรวจตัวแม่ไก่ และการควบคุมไรไก่อย่างถูกวิธี อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม
สรุปง่าย ๆ คือ สมุนไพรช่วยเสริมได้ แต่ความสะอาดและการจัดการรังยังเป็นพระเอกตัวจริง
ป้องกันมดขึ้นรังแบบปลอดภัย
มดเป็นปัญหาน่าปวดหัวมาก โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือพื้นเล้าชื้น มดอาจขึ้นรังมากัดแม่ไก่ กัดลูกไก่แรกเกิด หรือรบกวนไข่ที่กำลังเจาะเปลือก
วิธีป้องกันมดที่ทำได้จริง ได้แก่
- ยกรังสูงจากพื้น
- รองขารังด้วยถ้วยน้ำ หรือทำคูน้ำกันมด
- ทาวาสลีนหรือจาระบีบาง ๆ ที่ขาตั้งรัง
- อย่าให้รังแตะผนัง กิ่งไม้ หรือเชือกที่มดใช้เป็นสะพาน
- ไม่วางอาหารเปียกหรือเศษอาหารใกล้รัง
- เก็บไข่แตกและวัสดุรองรังที่เปื้อนออกทันที
ไม่แนะนำให้โรยยาฆ่ามดแรง ๆ ใกล้ไข่หรือจุดที่ลูกไก่จะออก เพราะเสี่ยงกระทบแม่ไก่และลูกไก่แรกเกิด ถ้าจำเป็นต้องใช้ ควรใช้รอบนอกพื้นที่เล้า ไม่ให้แม่ไก่จิกกิน และต้องทำตามฉลากอย่างเคร่งครัด
อ่านเพิ่มเติม : วิธีสยบ “หมัดไก่” เกาะหน้า-ขอบตา ปัญหาใหญ่ที่คนเลี้ยงไก่ชนต้องรู้
การจัดการไข่ในรังให้ฟักออกดี
จำนวนไข่ควรพอดีกับขนาดตัวแม่ไก่ ไม่ใช่ใส่เยอะที่สุดเท่าที่จะใส่ได้ สำหรับแม่ไก่ชนไทยทั่วไป มักอยู่ประมาณ 9–12 ฟอง แล้วแต่ขนาดตัวแม่ไก่และขนาดไข่
หลักดูง่าย ๆ คือ
ไข่ทุกฟองต้องอยู่ใต้ตัวแม่ไก่ได้มิด
ถ้าไข่โผล่ออกข้างตัวแม่ไก่บ่อย แปลว่าใส่มากเกินไป ไข่จะได้รับความร้อนไม่สม่ำเสมอ และอาจทำให้อัตราฟักลดลง
ข้อควรทำในการจัดการไข่คือ
- เลือกไข่ขนาดสมบูรณ์ ไม่เล็กหรือใหญ่ผิดปกติ
- เปลือกไข่ไม่ร้าว ไม่บุบ
- ไม่ใช้ไข่ที่เปื้อนมูลมากเกินไป
- จัดไข่ให้รวมอยู่กลางรัง
- ตรวจไข่แตกหรือไข่มีกลิ่นผิดปกติเป็นระยะ
- อย่ารื้อรังบ่อยเกินไป เพราะแม่ไก่อาจเครียด
ช่วงใกล้ฟัก ควรรบกวนให้น้อยที่สุด เพราะลูกไก่กำลังเริ่มเจาะเปลือก หากมีมดขึ้นหรือรังสกปรกในช่วงนี้จะจัดการลำบากมาก ดังนั้นการเตรียมรังให้ดีตั้งแต่วันแรกจึงสำคัญที่สุด
อ่านเพิ่มเติม : ทำอย่างไรให้แม่พันธุ์ไก่ชนไข่ดก ลูกดก?
บทสรุป
การจัดรังฟักธรรมชาติให้แม่ไก่ชน ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่แค่เอาฟางวางในมุมใดมุมหนึ่งแล้วจบ แต่คือการสร้างสิ่งแวดล้อมให้แม่ไก่รู้สึกปลอดภัยพอที่จะนั่งกกไข่ต่อเนื่องจนลูกไก่ออกมาแข็งแรง
รังที่ดีต้องเริ่มจากทำเลที่สงบ แห้ง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนอบ ไม่ชื้นแฉะ ตัวรังต้องมีขนาดพอดี มีขอบกันไข่กลิ้ง มีวัสดุรองรังที่นุ่มและสะอาด ส่วนการป้องกันไรไก่และมดต้องทำตั้งแต่ก่อนแม่ไก่เข้าฟัก เพราะถ้าปล่อยให้ศัตรูตัวเล็กเหล่านี้บุกตอนแม่ไก่นั่งกกแล้ว การแก้ไขจะยากกว่าเดิมหลายเท่า
จำไว้ว่า ลูกไก่ที่แข็งแรงไม่ได้เริ่มต้นวันที่ออกจากไข่ แต่เริ่มตั้งแต่วันที่เราเตรียมรังให้แม่ไก่ฟัก ไข่ดี แม่พันธุ์ดี พ่อพันธุ์ดี เป็นเรื่องสำคัญ แต่รังฟักที่ดีคือสะพานที่พาไข่เหล่านั้นไปถึงวันที่ลูกไก่ได้ลืมตาดูโลก
ใครที่กำลังเพาะลูกไก่ชนแบบธรรมชาติ ลองกลับไปดูรังฟักในซุ้มของตัวเองอีกครั้งว่าแห้งพอไหม สงบพอไหม มีมดหรือไรไก่ซ่อนอยู่หรือเปล่า เพราะบางครั้งคำตอบของคำว่า “ทำไมฟักออกน้อย” อาจไม่ได้อยู่ที่สายเลือด แต่อยู่ที่รังเล็ก ๆ ใบเดียวหลังเล้านั่นเอง
สามารถอ่านความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยง การเพาะพันธุ์ สุขภาพ และการดูแลไก่ชนแบบเข้าใจง่ายได้ที่ หน้าแรก ไก่ชนฮับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ไขทุกข้อสงสัยเรื่องรังฟักไข่แม่ไก่ชน
โดยทั่วไปควรยกสูงจากพื้นประมาณ 20–40 เซนติเมตร เพื่อช่วยลดความชื้น ลดการรบกวนจากสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด และช่วยป้องกันมดได้ง่ายขึ้น แต่ต้องมั่นคง ไม่โยก และแม่ไก่ขึ้นลงได้สะดวก
ใช้ได้ในปริมาณพอดี โดยควรใช้แบบแห้งหรือผึ่งให้ลดความชื้นก่อน แล้วผสมบาง ๆ ใต้ชั้นฟาง จุดประสงค์คือช่วยลดกลิ่นอับและรบกวนแมลงบางชนิด แต่ไม่ควรใส่มากจนกลิ่นแรง เพราะแม่ไก่อาจไม่ยอมเข้ารัง
ควรประเมินความรุนแรงก่อน ถ้ามีน้อยให้เปลี่ยนวัสดุรองรังบางส่วนในช่วงที่แม่ไก่ลุกมากินอาหาร และทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง แต่ถ้าระบาดหนัก ควรปรึกษาผู้มีประสบการณ์หรือสัตวแพทย์/เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ เพราะการใช้ยาระหว่างมีไข่ฟักต้องระวังมากเป็นพิเศษ
บทความที่เกี่ยวข้อง
มิ.ย.
ศาสตร์และศิลป์แห่งการผสมพันธุ์ไก่ชน จับคู่เพื่อสร้างจุดเด่น ให้กับสายพันธุ์
มีผู้เข้าชมแล้ว...
ส.ค.
