วิธีทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดด้วยตัวเอง ตั้งแต่ผสมวัตถุดิบจนถึงอัดเม็ด

📅 อัปเดตล่าสุดเมื่อ: 9 สิงหาคม 2026

วิธีทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดด้วยตัวเองจากวัตถุดิบอาหารสัตว์

อาหารถือเป็นต้นทุนสำคัญอย่างหนึ่งของ การเลี้ยงไก่ชน หลายฟาร์มจึงเริ่มสนใจการซื้อวัตถุดิบมาผสมและอัดเม็ดใช้เอง โดยเฉพาะปัจจุบันที่เครื่องบด เครื่องผสม และเครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์ขนาดเล็กสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น และมีราคาไม่สูงเหมือนเครื่องจักรระดับโรงงานในอดีต

เหตุผลของแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไป

บางคนต้องการ ลดต้นทุนค่าอาหาร บางคนอยากเลือกคุณภาพวัตถุดิบด้วยตัวเอง บางคนไม่มั่นใจว่าอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อมาใช้มีสารอาหารตรงตามที่ต้องการหรือไม่ ขณะที่บางคนเพียงอยากทดลองปรับสูตรอาหารให้เหมาะกับไก่ในฟาร์มของตัวเอง

แต่การทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดไม่ได้หมายถึงเพียงนำข้าวโพด รำ และกากถั่วเหลืองมาคลุกรวมกัน แล้วเทลงเครื่องอัดให้กลายเป็นเม็ดเท่านั้น

อาหารที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่

กำหนดสูตร เลือกวัตถุดิบ ชั่ง บด ผสม ปรับสภาพ อัดเม็ด ทำให้เย็นและแห้ง จัดเก็บ

ที่สำคัญคือ อาหารที่อัดออกมาเป็นเม็ดสวย ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนเสมอไป

ไก่ต้องการทั้งพลังงาน โปรตีนในรูปของกรดอะมิโน แร่ธาตุ วิตามิน และสารอาหารอื่น ๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม ดังนั้นก่อนผลิตจริง ควรนำสูตรที่ต้องการใช้ไปตรวจสอบด้วยโปรแกรมคำนวณสูตรอาหารก่อน

อัดให้เป็นเม็ดนั้นไม่ยาก แต่อัดอย่างไรให้สิ่งที่อยู่ในเม็ดนั้นเป็นอาหารที่ดี นั่นต่างหากคือหัวใจ”

บทความนี้จะเน้นที่ กระบวนการผลิตอาหารไก่ชนอัดเม็ดระดับฟาร์ม ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการเก็บอาหารหลังผลิต เพื่อให้คนเลี้ยงสามารถนำไปทดลองทำได้จริง

📦 สรุปสั้น ๆ: วิธีทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดด้วยตัวเอง

การทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดใช้เอง เริ่มจาก กำหนดสูตรและชั่งวัตถุดิบให้แม่นยำ จากนั้นบดวัตถุดิบให้มีขนาดเหมาะสม ทำพรีมิกซ์ย่อยสำหรับส่วนผสมที่ใช้ปริมาณน้อย แล้วผสมทุกอย่างให้สม่ำเสมอ ก่อนปรับความชื้นตามความเหมาะสมของเครื่องและนำเข้าเครื่องอัดเม็ด

หลังอัดเสร็จ อย่ารีบบรรจุทันที ควรพักอาหารให้เย็นและระบายความชื้นก่อน แล้วจึงร่อนเศษผงและเก็บในภาชนะที่แห้ง ป้องกันความชื้น หนู และแมลง

หัวใจสำคัญมี 5 ข้อ

  • เลือกวัตถุดิบที่สะอาดและไม่ขึ้นรา
  • ชั่งวัตถุดิบทุกชนิดตามน้ำหนักจริง
  • ผสมพรีมิกซ์และสารที่ใช้ปริมาณน้อยให้กระจายทั่ว
  • ทดลองอัดทีละ Batch เล็กก่อนผลิตจำนวนมาก
  • ตรวจสารอาหารของสูตรก่อนใช้จริง ไม่ดูเพียงเปอร์เซ็นต์โปรตีน

อาหารเม็ดที่ดีไม่ได้วัดเพียงว่า “อัดเป็นเม็ดสวยหรือไม่” แต่ต้องดูว่าสิ่งที่อยู่ในเม็ดนั้นครบ สมดุล และสม่ำเสมอเพียงใด

ก่อนทำอาหารไก่ชนอัดเม็ด ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

การชั่งและเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารไก่ชนอัดเม็ด

สำหรับการผลิตอาหารใช้เองในฟาร์ม ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องจักรขนาดใหญ่เหมือนโรงงานอาหารสัตว์ แต่อุปกรณ์พื้นฐานควรมีอย่างน้อยดังนี้

  • เครื่องชั่ง สำหรับชั่งวัตถุดิบหลัก
  • เครื่องชั่งละเอียด สำหรับเกลือ พรีมิกซ์ กรดอะมิโน และวัตถุดิบที่ใช้ปริมาณน้อย
  • เครื่องบดวัตถุดิบ
  • เครื่องผสมอาหาร หรือภาชนะที่สามารถผสมวัตถุดิบได้อย่างทั่วถึง
  • เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์
  • ภาชนะสะอาดสำหรับชั่งและพักวัตถุดิบ
  • ตะแกรงสำหรับร่อนเศษผง
  • พื้นที่สะอาดสำหรับพักอาหารหลังอัดเม็ด
  • ถุงหรือภาชนะสำหรับเก็บอาหารที่สามารถป้องกันความชื้นได้

หนึ่งในอุปกรณ์ที่คนทำอาหารเองมักมองข้ามคือ เครื่องชั่ง

หากชั่งข้าวโพดคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย ผลอาจไม่มากนัก แต่ถ้าวัตถุดิบที่ใช้เพียงไม่กี่ร้อยกรัม เช่น เกลือ พรีมิกซ์ หรือกรดอะมิโน เกิดการชั่งผิดพลาดในปริมาณเท่ากัน ความคลาดเคลื่อนอาจมีผลต่อสูตรมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้นวัตถุดิบที่ใช้ปริมาณน้อยควรมี เครื่องชั่งละเอียดแยกต่างหาก

การเลือกและเตรียมวัตถุดิบก่อนผสมอาหาร

วิธีทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดด้วยตัวเองจากวัตถุดิบอาหารสัตว์

สูตรจะดีเพียงใด หากวัตถุดิบไม่ดี อาหารที่ผลิตออกมาก็ยากที่จะดีตามสูตร

จึงควรเริ่มต้นจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพเหมาะสมก่อนเสมอ

1. เลือกวัตถุดิบที่สะอาดและทราบแหล่งที่มา

วัตถุดิบพื้นฐานที่นิยมใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ปีก สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

แหล่งพลังงาน

  • ข้าวโพด
  • ปลายข้าว
  • รำข้าว
  • น้ำมันพืช

แหล่งโปรตีน

  • กากถั่วเหลือง
  • ปลาป่นคุณภาพดี
  • วัตถุดิบโปรตีนชนิดอื่นที่เหมาะสมกับอาหารสัตว์

แหล่งแร่ธาตุและสารอาหารปริมาณน้อย

  • หินปูนอาหารสัตว์
  • DCP หรือ MCP ซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมและฟอสฟอรัส
  • เกลือ
  • Vitamin–Mineral Premix
  • กรดอะมิโนเสริม เช่น Methionine หรือ Lysine ในกรณีที่ผลคำนวณสูตรระบุว่าจำเป็น

ควรเลือกใช้ วัตถุดิบที่ระบุชัดเจนว่าเหมาะสำหรับใช้ในอาหารสัตว์ โดยเฉพาะแร่ธาตุและสารเติมแต่งต่าง ๆ ไม่ควรนำสารเคมีเกรดอื่นมาใช้แทนกันเอง

หากใช้กากถั่วเหลือง ควรเป็นกากถั่วเหลืองที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างเหมาะสม ไม่ควรนำเมล็ดถั่วเหลืองดิบมาบดใส่อาหารโดยตรง เนื่องจากถั่วเหลืองดิบมีสารต้านโภชนาการหลายชนิด ซึ่งอาจรบกวนการย่อยและการใช้ประโยชน์จากโปรตีนของไก่

อ่านเพิ่มเติม : ข้าวเปลือกกับไก่ชน ดีจริงไหม? เจาะลึกคุณค่า ประโยชน์ และข้อควรระวัง

2. ระวังวัตถุดิบขึ้นรา ชื้น และเหม็นหืน

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้สูตรอาหารคือ คุณภาพของวัตถุดิบก่อนเข้าเครื่อง

ไม่ควรคิดว่า

เดี๋ยวเข้าเครื่องอัดเม็ดแล้วความร้อนก็จัดการให้เอง”

เพราะโดยเฉพาะปัญหา สารพิษจากเชื้อรา หรือ Mycotoxins ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำวัตถุดิบไปผ่านเครื่องอัดเม็ด

ก่อนใช้วัตถุดิบควรตรวจดูว่า

  • มีกลิ่นอับหรือไม่
  • มีเชื้อราที่มองเห็นได้หรือไม่
  • จับตัวเป็นก้อนจากความชื้นหรือไม่
  • รำหรือน้ำมันมีกลิ่นหืนหรือไม่
  • สีเปลี่ยนผิดปกติหรือไม่
  • มีแมลงหรือสิ่งปนเปื้อนมากผิดปกติหรือไม่

หากพบความผิดปกติควรหาสาเหตุก่อนนำมาใช้

อย่าหวังว่าเครื่องอัดเม็ดจะสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบเสียให้กลายเป็นอาหารที่ดีได้

อ่านเพิ่มเติม : โปรตีน คาร์บ ไขมัน: ถอดรหัสสูตรอาหารไก่ชนตามหลักโภชนาการ

ขั้นตอนทำอาหารไก่ชนอัดเม็ด ตั้งแต่ต้นจนจบ

วิธีทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดด้วยตัวเองจากวัตถุดิบอาหารสัตว์

กระบวนการผลิตสามารถจำง่าย ๆ ได้ว่า

ชั่ง บด ผสมของปริมาณน้อย ผสมรวม ปรับสภาพ อัดเม็ด ทำให้เย็น ร่อน บรรจุ

ต่อไปคือรายละเอียดในแต่ละขั้นตอน

ขั้นที่ 1 ชั่งวัตถุดิบทุกชนิดตามสูตร

สมมติเราจะผลิตอาหารจำนวน 100 กิโลกรัม ให้แยกวัตถุดิบแต่ละชนิดออกมาตามน้ำหนักที่คำนวณไว้

ไม่ควรใช้วิธีประมาณด้วยสายตา เช่น

  • ข้าวโพดประมาณ 2 ถัง
  • รำครึ่งกระสอบ
  • กากถั่วเหลืองประมาณนี้น่าจะพอ

เพราะวัตถุดิบแต่ละชนิดมีความหนาแน่นแตกต่างกัน ปริมาตรหนึ่งถังจึงไม่ได้หมายความว่าจะมีน้ำหนักเท่ากัน

สูตรอาหารควรคิดด้วยน้ำหนัก ไม่ใช่กะด้วยสายตา

ยิ่งต้องการให้อาหารแต่ละรอบมีคุณภาพใกล้เคียงกันมากเท่าไร การชั่งอย่างแม่นยำก็ยิ่งสำคัญ

การบดข้าวโพดและวัตถุดิบก่อนทำอาหารไก่ชนอัดเม็ด

ขั้นที่ 2 บดวัตถุดิบให้มีขนาดเหมาะสม

วัตถุดิบจำพวกข้าวโพด ปลายข้าว หรือเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ ควรผ่านการบดก่อน เพื่อช่วยให้วัตถุดิบผสมเข้ากันได้ง่ายและผ่านเครื่องอัดเม็ดได้สม่ำเสมอขึ้น

อย่างไรก็ตาม คำว่า “บดละเอียด” ไม่ได้หมายถึง

ยิ่งบดจนเป็นแป้งหรือฝุ่นมากที่สุดยิ่งดี

ขนาดอนุภาคของอาหารมีผลทั้งต่อ

  • ความสม่ำเสมอในการผสม
  • การอัดเม็ด
  • ความแข็งแรงของเม็ดอาหาร
  • การกินอาหาร
  • การทำงานของระบบทางเดินอาหาร

สำหรับการผลิตระดับฟาร์ม หลักง่าย ๆ คือ

บดให้เมล็ดแตก มีขนาดค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องบดทุกอย่างจนละเอียดเหมือนแป้ง

หากกระบวนการบดมีการสูญเสียมาก อาจชั่งวัตถุดิบอีกครั้งหลังบดเพื่อให้ปริมาณสุดท้ายตรงกับสูตร

การทำพรีมิกซ์ย่อยก่อนผสมอาหารไก่ชนเพื่อให้สารอาหารกระจายสม่ำเสมอ

ขั้นที่ 3 ทำ “พรีมิกซ์ย่อย” สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ปริมาณน้อย

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก แต่คนทำอาหารเองจำนวนไม่น้อยมักข้ามไป

สมมติอาหารหนึ่งชุดหนัก 100 กิโลกรัม แต่มีวัตถุดิบบางชนิดเพียง 200–500 กรัม

หากนำของปริมาณเพียงเล็กน้อยนั้นเทลงไปตรง ๆ ในอาหารกองใหญ่ มีโอกาสที่วัตถุดิบจะกระจายไม่สม่ำเสมอ

วิธีที่เหมาะสมกว่าคือ

  1. ชั่งวัตถุดิบปริมาณน้อยให้แม่นยำ
  2. นำไปผสมกับข้าวโพดบด รำ หรือวัตถุดิบพาหะจำนวนหนึ่งก่อน
  3. คลุกให้กระจายสม่ำเสมอ
  4. นำส่วนผสมดังกล่าวกลับไปผสมกับอาหารกองใหญ่

วิธีนี้ช่วยให้พรีมิกซ์ เกลือ หรือสารอาหารปริมาณน้อยมีโอกาสกระจายไปทั่วอาหารมากขึ้น

ของที่ใส่น้อยที่สุด อาจเป็นของที่ต้องชั่งและผสมอย่างระมัดระวังที่สุด”

การผสมวัตถุดิบอาหารไก่ชนให้สม่ำเสมอก่อนอัดเม็ด

ขั้นที่ 4 ผสมวัตถุดิบทั้งหมดให้สม่ำเสมอ

เมื่อนำวัตถุดิบหลักมารวมกับพรีมิกซ์ย่อยแล้ว ขั้นต่อไปคือการผสมให้ส่วนประกอบทั้งหมดกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ

หากใช้เครื่องผสม ควรปฏิบัติตามความจุและเวลาที่ผู้ผลิตเครื่องแนะนำ เพราะเครื่องผสมแต่ละแบบมีประสิทธิภาพแตกต่างกัน

แนวทางทั่วไปสามารถทำได้ดังนี้

  1. ใส่วัตถุดิบกลุ่มธัญพืชส่วนหนึ่งลงในเครื่อง
  2. เติมแหล่งโปรตีน
  3. เติมพรีมิกซ์ย่อยหรือวัตถุดิบที่ใช้ปริมาณน้อย
  4. เติมวัตถุดิบหลักส่วนที่เหลือ
  5. ผสมจนส่วนประกอบกระจายสม่ำเสมอ

หากมีการใช้น้ำมัน ควรเติมในลักษณะที่ช่วยให้น้ำมันกระจายทั่วกองอาหาร

ไม่ควรเทน้ำมันทั้งหมดลงจุดเดียว เพราะอาจทำให้อาหารบางส่วนจับตัวเป็นก้อน ขณะที่ส่วนอื่นได้รับน้ำมันน้อยเกินไป

ต้องผสมนานกี่นาที?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่สามารถใช้ได้กับเครื่องทุกชนิด อย่าเชื่อสูตรสำเร็จว่า ผสม 5 นาทีพอดี” หรือ ต้องผสมอย่างน้อย 15 นาที”

เพราะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ

  • ชนิดเครื่องผสม
  • ขนาดเครื่อง
  • ปริมาณอาหารในเครื่อง
  • ความละเอียดของวัตถุดิบ
  • รูปร่างใบกวน
  • สภาพและการสึกหรอของเครื่อง

การใส่อาหารมากเกินกำลังเครื่องก็สามารถทำให้ประสิทธิภาพการผสมลดลงได้

ขั้นที่ 5 ปรับสภาพอาหารก่อนเข้าเครื่องอัดเม็ด

หลังจากผสมเรียบร้อยแล้ว เราจะได้อาหารลักษณะผงหรือ Mash

ก่อนนำเข้าเครื่องอัดเม็ด อาหารบางสูตรและเครื่องบางรุ่นอาจจำเป็นต้องมีการปรับความชื้นหรือสภาพของอาหารเล็กน้อย เพื่อช่วยให้วัตถุดิบสามารถจับตัวและผ่านรูอัดได้ดีขึ้น

โรงงานอาหารสัตว์ขนาดใหญ่มีระบบ Steam Conditioning ซึ่งสามารถควบคุมไอน้ำ อุณหภูมิ และเวลาได้ค่อนข้างแม่นยำ

แต่เครื่องอัดเม็ดขนาดเล็กที่ใช้ในฟาร์มจำนวนมากไม่มีระบบดังกล่าว

ดังนั้น ไม่ควรนำตัวเลขความชื้นหรืออุณหภูมิของโรงงานอุตสาหกรรมมาใช้กับเครื่องขนาดเล็กแบบตรง ๆ

ควรยึดคู่มือของเครื่องที่ใช้อยู่เป็นหลัก

หากเครื่องระบุว่าสามารถปรับความชื้นก่อนอัดได้ ควรใช้หลักดังนี้

  • เติมน้ำหรือของเหลว ทีละน้อย
  • ผสมให้ทั่วทุกครั้งก่อนเติมเพิ่ม
  • อย่าเทน้ำลงจุดเดียว
  • บันทึกปริมาณที่เติมไว้
  • ทดลองจากอาหารปริมาณน้อยก่อน

ความชื้นน้อยเกินไปอาจทำให้อาหารจับตัวเป็นเม็ดยาก ขณะที่ความชื้นมากเกินไปก็อาจทำให้เครื่องทำงานผิดปกติหรือเพิ่มความเสี่ยงด้านการเก็บรักษา

มีงานวิจัยในประเทศไทยที่ช่วยยืนยันความสำคัญของเรื่องนี้ โดย Subwilawan และคณะ ศึกษาการปรับความชื้นของอาหารไก่เนื้อก่อนอัดเม็ด พบว่า การเพิ่มความชื้นในช่วงที่เหมาะสมช่วยให้กระบวนการอัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากน้ำช่วยลดแรงเสียดทานขณะอาหารผ่านรู die และสามารถลดการใช้พลังงานของเครื่องอัดได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยดังกล่าวเป็นการผลิตในระดับอุตสาหกรรม จึงไม่ควรนำค่าความชื้นที่ใช้ในการทดลองมาใช้กับเครื่องอัดเม็ดขนาดเล็กแบบตรง ๆ แต่ควรนำมาใช้เป็นหลักฐานว่า ความชื้นก่อนอัดเป็นตัวแปรสำคัญที่ควรควบคุม ไม่ใช่เติมน้ำด้วยการกะเอาเพียงอย่างเดียว” รายละเอียดงานวิจัย

เครื่องอัดเม็ดอาหารไก่ชนขนาดเล็กกำลังผลิตอาหารอัดเม็ด

ขั้นที่ 6 อัดอาหารผ่านเครื่องอัดเม็ด

เมื่ออาหาร Mash พร้อมแล้ว จึงเริ่มป้อนเข้าเครื่องอัดเม็ด ไม่ควรเทอาหารลงเครื่องเต็มกำลังตั้งแต่ช่วงแรก ให้ค่อย ๆ ป้อนอาหารและสังเกตการทำงานของเครื่อง เช่น

  • เครื่องเดินเรียบหรือไม่
  • มอเตอร์ทำงานหนักผิดปกติหรือไม่
  • die หรือส่วนอัดร้อนผิดปกติหรือไม่
  • เม็ดออกมาต่อเนื่องหรือไม่
  • มีผงออกมามากผิดปกติหรือไม่
  • เครื่องเริ่มตันหรือไม่

หากอาหารเม็ดแตกง่าย อย่าเพิ่งสรุปว่า เครื่องอัดเม็ดไม่ดี เพราะคุณภาพของเม็ดอาหารขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • สูตรอาหาร
  • ความละเอียดของวัตถุดิบ
  • ปริมาณไขมัน
  • ความชื้น
  • การผสม
  • สภาพของ die และ roller
  • อัตราการป้อนอาหารเข้าเครื่อง

สำหรับผู้เริ่มต้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ทดลองทีละ Batch เล็ก ๆ และจดบันทึกทุกครั้ง

ตัวอย่างเช่น

  • สูตร A
  • ผลิต 10 กิโลกรัม
  • ใช้ die ขนาดเท่าไร
  • เติมน้ำเท่าไร
  • เครื่องทำงานหนักหรือไม่
  • เม็ดออกมาดีหรือไม่
  • เม็ดแตกเป็นผงมากน้อยแค่ไหน

เมื่อทดลองหลายครั้งจะเริ่มเข้าใจทั้ง นิสัยของเครื่อง และ นิสัยของสูตรอาหาร ที่ใช้

การพักอาหารไก่ชนอัดเม็ดให้เย็นและระบายความชื้นก่อนบรรจุ

ขั้นที่ 7 อาหารออกจากเครื่องแล้ว อย่าเพิ่งใส่กระสอบ

อาหารที่เพิ่งออกจากเครื่องอัดเม็ดมักมีความร้อน และอาจมีความชื้นสูงกว่าสภาพปกติ

หากนำไปใส่ถุงและปิดทันที ความร้อนและไอน้ำอาจถูกกักไว้ในถุง ทำให้เกิดสภาพที่ไม่เหมาะต่อการเก็บรักษา

โรงงานอาหารสัตว์จึงมีขั้นตอน Cooling หรือการทำให้เย็น หลังการอัดเม็ด

สำหรับฟาร์มขนาดเล็กที่ไม่มีเครื่อง Cooler สามารถประยุกต์ได้โดย

  • กระจายอาหารบนพื้นผิวหรือภาชนะที่สะอาด
  • อย่ากองอาหารหนาเกินไป
  • ให้อากาศสามารถถ่ายเทได้
  • พลิกหรือกระจายอาหารเป็นระยะหากจำเป็น
  • รอจนเม็ดเย็นใกล้อุณหภูมิห้อง
  • ตรวจดูว่าไม่มีความชื้นสะสมก่อนบรรจุ

ข้อควรระวังคือ ไม่ควรนำอาหารไปตากในบริเวณที่ มีฝุ่นมาก นกสามารถเข้าถึง มีหนู มีแมลง มีความชื้นสูง เสี่ยงโดนฝนหรือน้ำค้าง

อัดเสร็จไม่ได้หมายความว่าผลิตเสร็จ การทำให้เย็นและแห้งอย่างเหมาะสมคือส่วนหนึ่งของการผลิตเช่นกัน

ขั้นที่ 8 ร่อนเศษผงและเม็ดแตกก่อนบรรจุ

เมื่ออาหารเย็นแล้ว สามารถนำมาร่อนเพื่อแยก เศษผง เศษเม็ดแตก เม็ดที่มีขนาดผิดปกติ ออกจากอาหารเม็ดที่สมบูรณ์

เศษอาหารที่สะอาดจาก Batch เดียวกันอาจรวบรวมเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้งในปริมาณที่ควบคุมได้

แต่ไม่ควรนำอาหารที่ เก่า ชื้น มีกลิ่นผิดปกติ ขึ้นรา มีแมลงปนเปื้อนกลับมาอัดใหม่เพียงเพราะเสียดาย

อ่านเพิ่มเติม : ไก่ชนกินอะไรถึงจะแข็งแรง? เจาะเคล็ดลับการให้อาหารแบบเซียน

ควรใช้เม็ดอาหารขนาดเท่าไร?

การบดข้าวโพดและวัตถุดิบก่อนทำอาหารไก่ชนอัดเม็ด

ขนาดอาหารควรสัมพันธ์กับขนาดและอายุของไก่

ลูกไก่ตัวเล็กไม่ควรถูกบังคับให้กินอาหารเม็ดขนาดเดียวกับไก่หนุ่มหรือไก่โตเต็มวัย

หลักการง่าย ๆ คือ

ลูกไก่ อาหารต้องเล็กและกินง่าย
ไก่โตขึ้น สามารถใช้เม็ดขนาดใหญ่ขึ้นได้

สำหรับลูกไก่ อาจใช้อาหารในรูป Crumble คือการนำอาหารที่ผ่านการอัดเม็ดแล้วมาทำให้แตกออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ

ข้อดีคือยังคงลักษณะอาหารที่จับตัวกัน แต่มีขนาดเหมาะกับปากของลูกไก่มากกว่าเม็ดยาวเต็มขนาด

ส่วนไก่ที่โตขึ้นแล้วสามารถใช้ Pellet ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ควรดูความสามารถของเครื่องอัดเม็ด ขนาดรู die และพฤติกรรมการกินของไก่ในฟาร์มประกอบกัน

อ่านเพิ่มเติม : 10 สุดยอดอาหารไก่ชน และอาหารเสริม แยกตามช่วงวัย

สูตรอาหารไก่ชนอัดเม็ดตัวอย่าง 2 สูตร

การชั่งและเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารไก่ชนอัดเม็ด

ก่อนนำสูตรด้านล่างไปใช้ ต้องเข้าใจก่อนว่าเป็น สูตรตัวอย่างสำหรับทดลองและนำไปคำนวณต่อ”

ไม่ใช่สูตรมาตรฐานที่เหมาะกับไก่ชนทุกตัว ทุกอายุ ทุกสายพันธุ์ หรือทุกฟาร์ม

เนื่องจากคุณค่าทางโภชนาการของข้าวโพด รำ กากถั่วเหลือง ปลาป่น และวัตถุดิบอื่น สามารถแตกต่างกันตามแหล่งผลิต คุณภาพ ความชื้น และกระบวนการผลิต

ดังนั้นควรนำสูตรเข้า โปรแกรมคำนวณสูตรอาหาร เพื่อตรวจสอบสารอาหารและปรับให้เหมาะสมก่อนผลิตจริง

สูตรตัวอย่างที่ 1 อาหารลูกไก่ 100 กิโลกรัม

วัตถุดิบ ปริมาณ
ข้าวโพดบด 52.5 กก.
กากถั่วเหลือง 29 กก.
รำละเอียด 8 กก.
ปลาป่นคุณภาพดี 5 กก.
น้ำมันพืช 2 กก.
ไดแคลเซียมฟอสเฟต 1.5 กก.
หินปูนอาหารสัตว์ 1 กก.
วิตามิน-แร่ธาตุพรีมิกซ์ 0.5 กก.
ดีแอล-เมไธโอนีน 0.2 กก.
เกลือ 0.3 กก.
รวม 100 กก.

สูตรนี้ใช้ข้าวโพดเป็นแหล่งพลังงานหลัก ขณะที่กากถั่วเหลืองและปลาป่นเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ ช่วงลูกไก่เป็นระยะที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงควรให้ความสำคัญกับทั้งพลังงาน โปรตีน และโดยเฉพาะ กรดอะมิโนจำเป็น

อ่านเพิ่มเติม : สูตรอาหารพลังงานสูงสำหรับไก่ชนช่วงอัดน้ำเลี้ยง: กินอย่างไรให้มีแรงวิ่ง?

สูตรตัวอย่างที่ 2 อาหารไก่หนุ่ม 100 กิโลกรัม

วัตถุดิบ ปริมาณ
ข้าวโพดบด 55 กก.
กากถั่วเหลือง 25 กก.
รำละเอียด 12 กก.
ปลาป่นคุณภาพดี 3 กก.
น้ำมันพืช 1.5 กก.
ไดแคลเซียมฟอสเฟต 1.3 กก.
หินปูนอาหารสัตว์ 1.2 กก.
วิตามิน-แร่ธาตุพรีมิกซ์ 0.5 กก.
ดีแอล-เมไธโอนีน 0.2 กก.
เกลือ 0.3 กก.
รวม 100 กก.

เมื่อไก่โตขึ้น ความต้องการสารอาหารต่ออาหารหนึ่งกิโลกรัมสามารถเปลี่ยนไปจากช่วงลูกไก่ สูตรตัวอย่างนี้จึงลดสัดส่วนวัตถุดิบโปรตีนลงจากสูตรลูกไก่ และเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบพลังงานและรำขึ้น เช่นเดียวกับสูตรแรก ต้องนำไปตรวจสอบด้วยโปรแกรมคำนวณสูตรอาหารก่อนใช้งานจริง

อ่านเพิ่มเติม : อาหารทำให้ไก่ชนโครงสร้างใหญ่ได้จริงไหม? พันธุกรรมกับโภชนาการ อะไรสำคัญกว่ากัน

อย่าดูแค่ “โปรตีนกี่เปอร์เซ็นต์”

เครื่องอัดเม็ดอาหารไก่ชนขนาดเล็กกำลังผลิตอาหารอัดเม็ด

นี่เป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยเวลาคนเริ่มผสมอาหารเอง

สมมติอาหารสองสูตรมีโปรตีน 20% เท่ากัน

ไม่ได้หมายความว่าอาหารสองสูตรนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการเท่ากัน

เพราะโปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโนหลายชนิด และไก่ต้องการกรดอะมิโนจำเป็นแต่ละตัวในสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น

  • Lysine
  • Methionine
  • Cystine
  • Threonine
  • Tryptophan
  • Valine

ดังนั้นการเพิ่มกากถั่วเหลืองหรือปลาป่นไปเรื่อย ๆ เพียงเพื่อให้ตัวเลขโปรตีนสูง ไม่ได้หมายความว่าสูตรจะสมดุลขึ้นเสมอไป

นอกจากโปรตีนแล้ว ยังต้องดู

  • พลังงาน
  • กรดอะมิโน
  • แคลเซียม
  • ฟอสฟอรัส
  • โซเดียม
  • วิตามิน
  • แร่ธาตุ

ให้เหมาะสมร่วมกัน

อาหารที่โปรตีนสูง ไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นสมดุล”

นี่คือเหตุผลที่โปรแกรมคำนวณสูตรอาหารมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เราไม่ได้ดูแค่ตัวเลขโปรตีนเพียงตัวเดียว

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่ออัดอาหารเอง และควรแก้ตรงไหน

การบดข้าวโพดและวัตถุดิบก่อนทำอาหารไก่ชนอัดเม็ด

การทดลองผลิตครั้งแรกอาจไม่ได้เม็ดอาหารสวยเหมือนอาหารโรงงานทันที ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

สิ่งสำคัญคือรู้ว่าแต่ละปัญหาควรย้อนกลับไปตรวจตรงไหน

อาหารไม่ยอมจับเป็นเม็ด

ควรตรวจ

  • ความชื้นของ Mash
  • ความละเอียดของวัตถุดิบ
  • ปริมาณน้ำมันหรือไขมัน
  • สูตรอาหาร
  • สภาพ die
  • สภาพ roller
  • อัตราการป้อนอาหารเข้าเครื่อง

ไม่ควรแก้ด้วยการเติมน้ำจำนวนมากในครั้งเดียว

ให้เติมทีละน้อย ผสม และทดลองใหม่

เม็ดอาหารแตกเป็นผงมาก

ให้ตรวจ

  • ขนาดอนุภาคของวัตถุดิบ
  • การผสม
  • ความชื้น
  • ปริมาณไขมัน
  • สูตรอาหาร
  • แรงอัด
  • สภาพ die และ roller
  • การขนย้ายหลังอัดเม็ด

อย่าด่วนสรุปว่าเป็นเพราะเครื่องเพียงอย่างเดียว

เครื่องอัดเม็ดตัน

หากเครื่องเริ่มตันหรือทำงานหนักผิดปกติ ควรหยุดเครื่องและตรวจสอบตามคู่มือ

ไม่ควรฝืนเดินเครื่องต่อ

สาเหตุอาจเกิดจาก

  • Mash ชื้นเกินไป
  • Mash แห้งเกินไป
  • ป้อนอาหารเร็วเกินกำลังเครื่อง
  • วัตถุดิบหยาบเกินไป
  • มีสิ่งแปลกปลอม
  • die มีปัญหา

ก่อนบดและอัดจึงควรตรวจหาหิน เศษโลหะ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากวัตถุดิบด้วย

อาหารทำเสร็จแล้วขึ้นรา

ให้ย้อนกลับไปตรวจตั้งแต่

วัตถุดิบ ความชื้นก่อนอัด การทำให้เย็น การบรรจุ สถานที่เก็บ

หนึ่งในสาเหตุที่ควรระวังคือการรีบบรรจุอาหารขณะที่ยังร้อนหรือยังมีความชื้นสะสม

วิธีเก็บอาหารไก่ชนอัดเม็ดที่ทำเอง

วิธีทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดด้วยตัวเองจากวัตถุดิบอาหารสัตว์

เมื่ออาหารเย็นและอยู่ในสภาพเหมาะสมแล้วจึงนำไปบรรจุ

ควรเก็บอาหารโดย

  • เก็บในสถานที่แห้ง
  • มีอากาศถ่ายเท
  • ป้องกันฝนและความชื้น
  • ไม่วางกระสอบอาหารสัมผัสพื้นโดยตรง
  • ไม่วางแนบผนังชื้น
  • ป้องกันหนู นก และแมลง
  • เขียนวันที่ผลิตบนถุง
  • เขียนชื่อหรือรหัสสูตรให้ชัดเจน
  • ใช้อาหารเก่าก่อนอาหารใหม่
  • ไม่ผลิตมากเกินกว่าที่จำเป็น

หากใช้ Premix ควรจัดเก็บตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพราะวิตามินบางชนิดไวต่อ ความร้อน แสง ออกซิเจน ความชื้น หากอาหารเริ่มมีกลิ่น สี หรือสภาพผิดปกติ ไม่ควรฝืนใช้เพียงเพราะเสียดาย

ต้นทุนอาหารหนึ่งกระสอบ อาจมีค่าน้อยกว่าต้นทุนของไก่ทั้งคอกที่ต้องรับผลจากอาหารเสีย”

ทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดเอง ลดต้นทุนได้จริงหรือไม่?

ลูกไก่ชนกำลังกินอาหารและแสดงพฤติกรรมแย่งพื้นที่ในฝูง

คำตอบคือ

มีโอกาสลดได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูกกว่าอาหารสำเร็จรูปทุกกรณี

ตัวอย่างเช่น หากเราคำนวณว่า

  • วัตถุดิบรวมกันกิโลกรัมละ 14 บาท
  • อาหารสำเร็จรูปกิโลกรัมละ 22 บาท

อย่าเพิ่งสรุปว่าเราประหยัดได้ 8 บาทต่อกิโลกรัม

เพราะต้นทุนการผลิตจริงยังมี

  • ค่าวัตถุดิบ
  • ค่าขนส่งวัตถุดิบ
  • ค่าไฟ
  • ค่าแรง
  • การสูญเสียจากการบด
  • การสูญเสียจากการอัด
  • ค่าเสื่อมเครื่องจักร
  • ค่าซ่อมบำรุง
  • ค่าถุงและการจัดเก็บ

ดังนั้นควรคำนวณ

ต้นทุนรวมทั้งหมด ÷ จำนวนกิโลกรัมของอาหารสำเร็จที่ใช้ได้จริง

จึงจะเห็นต้นทุนที่แท้จริง

สำหรับบางฟาร์ม การผลิตเองอาจไม่ได้ถูกที่สุด แต่ข้อดีอาจอยู่ที่

  • รู้ว่าใส่วัตถุดิบอะไร
  • เลือกคุณภาพวัตถุดิบเองได้
  • ปรับสูตรได้
  • ทดลองสูตรกับไก่ของตัวเองได้
  • ควบคุมกระบวนการผลิตได้
  • รู้ต้นทุนแต่ละสูตรอย่างละเอียด

บางครั้งคำว่า ควบคุมได้” อาจมีค่ามากกว่าคำว่า ถูกที่สุด”

มือใหม่ควรเริ่มผลิตครั้งละเท่าไร?

ผู้เลี้ยงชั่งปลาป่นและแคลเซียมเพื่อผสมอาหารไก่ชนอย่างสมดุล

หากเพิ่งเริ่มทดลอง ไม่แนะนำให้ผลิตครั้งละ 100–200 กิโลกรัมทันที

ควรเริ่มจาก Batch เล็ก เช่น

ประมาณ 10–20 กิโลกรัม

เพื่อทดลองดูว่า

  • สูตรเข้าเครื่องได้ดีหรือไม่
  • เครื่องทำงานหนักหรือไม่
  • เม็ดขึ้นรูปดีหรือไม่
  • เม็ดแตกเป็นผงมากหรือไม่
  • ไก่ยอมกินหรือไม่
  • การเก็บรักษามีปัญหาหรือไม่

เมื่อได้กระบวนการที่ค่อนข้างคงที่แล้ว จึงค่อยเพิ่มปริมาณการผลิต

ที่สำคัญควรมี สมุดบันทึกการผลิต

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรจด ได้แก่

  • วันที่ผลิต
  • สูตรที่ใช้
  • แหล่งวัตถุดิบ
  • ปริมาณที่ผลิต
  • ขนาด die
  • ปริมาณน้ำหรือของเหลวที่เติม
  • ปัญหาที่พบ
  • คุณภาพเม็ดหลังผลิต
  • การกินอาหารของไก่
  • ต้นทุนต่อกิโลกรัม

เมื่อสะสมข้อมูลมากขึ้น ฟาร์มจะค่อย ๆ พัฒนาสูตรและกระบวนการที่เหมาะกับตัวเองได้

นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีอีกหลายหมวดหมู่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน…เลือกอ่านบทความตามหมวดหมู่ทั้งหมด

สรุป วิธีทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดเองให้เริ่มต้นถูกทาง

วิธีทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดด้วยตัวเองจากวัตถุดิบอาหารสัตว์

การทำอาหารไก่ชนอัดเม็ดใช้เองไม่ได้ซับซ้อนเกินไป หากเข้าใจกระบวนการและทำอย่างเป็นระบบ

หลักสำคัญสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. กำหนดสูตรและตรวจสารอาหารก่อน
  2. เลือกวัตถุดิบคุณภาพดี
  3. ชั่งวัตถุดิบทุกชนิดด้วยน้ำหนัก
  4. บดวัตถุดิบให้มีขนาดเหมาะสม
  5. ทำพรีมิกซ์ย่อยสำหรับวัตถุดิบที่ใช้ปริมาณน้อย
  6. ผสมให้ส่วนประกอบกระจายสม่ำเสมอ
  7. ปรับสภาพอาหารให้เหมาะกับเครื่องอัดที่ใช้
  8. ทดลองอัดทีละ Batch เล็กก่อน
  9. ทำให้อาหารเย็นและระบายความชื้นก่อนบรรจุ
  10. จัดเก็บอย่างถูกต้อง
  11. จดบันทึกผลทุกครั้งเพื่อนำมาปรับปรุง

และสิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเริ่มต้นจากคำถามว่า

เราจะใส่อะไรให้ไก่เยอะที่สุด?”

แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า

ไก่ต้องการสารอาหารอะไร และเราจะทำอย่างไรให้สารอาหารเหล่านั้นกระจายอยู่ในอาหารทุกเม็ดอย่างสม่ำเสมอ?”

เครื่องอัดเม็ดมีหน้าที่ เปลี่ยนอาหารผงให้กลายเป็นเม็ด

แต่สิ่งที่ทำให้อาหารหนึ่งสูตรมีคุณภาพจริง ๆ คือ

วัตถุดิบที่ดี + สูตรที่สมดุล + การชั่งที่แม่นยำ + การผสมที่ทั่วถึง + กระบวนการผลิตและการเก็บที่ถูกต้อง

เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน การผลิตอาหารไก่ชนอัดเม็ดใช้เองก็จะเปลี่ยนจากการ ลองผสมดู” ไปสู่การผลิตอาหารอย่างมีระบบ และสามารถพัฒนาสูตรของฟาร์มต่อไปได้ในระยะยาว

KaichonHub เว็บไซต์สำหรับคนเลี้ยงไก่ชนที่ต้องการพัฒนาจริงจัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *